หน้าแรก เศรษฐกิจ ชะลอจับสลาก &...

ชะลอจับสลาก ‘บ้านเพื่อคนไทย’ ลุ้น ‘พิพัฒน์’ ลุยต่อ หรือพอแค่นี้

13.10.25 | 06:39 น.

ชะลอจับสลาก ‘บ้านเพื่อคนไทย’ ลุ้น ‘พิพัฒน์’ ลุยต่อ หรือพอแค่นี้

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม แหล่งข่าวจากบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด หรือ SRTA บริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า แม้ว่าปัจจุบันจะมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่จากพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แต่การเดินหน้าโครงการบ้านเพื่อคนไทย ทาง SRTA ยังคงดำเนินการตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งได้จัดสรรงบกลางให้กว่า 151 ล้านบาท เพื่อศึกษาออกแบบรายละเอียดการก่อสร้าง และศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของโครงการ ในระยะที่ 1 นำร่อง 4 พื้นที่ รวม 4,180 หน่วย ค่าก่อสร้างประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท ได้แก่ พื้นที่ กม.11 จำนวน 1,296 หน่วย, พื้นที่รอบสถานีรถไฟธนบุรี (ศิริราช) จำนวน 2,100 หน่วย, พื้นที่รอบสถานีรถไฟจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 574 หน่วย และพื้นที่รอบสถานีรถไฟเชียงราก จังหวัดปทุมธานี จำนวน 210 หน่วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจ้างบริษัทที่ปรึกษามาดำเนินการ คาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2569 ซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่มีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ

“ยังไม่มีนโยบายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ ให้ยุติ หรือชะลอโครงการ จึงยังเดินหน้าตามมติ ครม.เดิม ออกแบบ และทำอีไอเอให้เสร็จ ปัจจุบันมีคนลงทะเบียนประมาณ 2.6 แสนราย ผ่านการพรีแอพพรูฟจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) แล้ว 127,000 ราย ส่วนการจับสลากผู้ได้รับสิทธิในช่วงเดือนพฤศจิกายนนั้น คงต้องชะลอออกไปก่อน จนกว่าผลการศึกษา และอีไอเอแล้วเสร็จ รวมถึง ความชัดเจนจากนโยบายจากรัฐบาลใหม่ด้วย อย่างไรก็ตาม SRTA เตรียมจะเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อรับทราบแนวทางการเดินหน้านโยบายต่อไป ทั้งนี้ หากจะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงโครงการ ก็ต้องเสนอให้ ครม.พิจารณา” แหล่งข่าวกล่าว

นายเถลิงศักดิ์ ผาทอง ผู้อำนวยการใหญ่ (บริการการเดินอากาศส่วนภูมิภาค) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวถึงความคืบหน้าแผนการดำเนินงานการให้บริการควบคุมอากาศยานทางทะเล หรือ Sea pland (ซีเพลน) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นลงทางน้ำ โดยวิทยุการบินฯ จะรับผิดชอบในส่วนการจราจรทางอากาศ เพื่อไม่ให้กระทบกับการเดินทางเส้นทางหลัก

นายเถลิงศักดิ์กล่าวอีกว่า เบื้องต้นคาดว่าภายในเดือนตุลาคมพฤศจิกายน 2568 จะสามารถตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการได้ และคาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องการนำร่องทดสอบลักษณะแซนด์บ็อกซ์ในพื้นที่ เกาะกระดาน จ.ตรัง ภายในสิ้นปี 2568 โดยหลังจากเริ่มโครงการแซนด์บ็อกซ์แล้ว จะใช้เวลาเก็บข้อมูล และประเมินผลประมาณ 180 วัน ก่อนนำผลการทดลองไปจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA อย่างเป็นทางการ หากไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการจะสามารถขยายผลและดำเนินเชิงพาณิชย์ได้ทันที

Advertisement

“หากโครงการดังกล่าวสำเร็จ จะช่วยเปิดเส้นทางการเดินทางทางอากาศระหว่างเกาะ และสนามบินต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น และขยายโอกาสเชื่อมโยงการเดินทางทางทะเลระหว่างจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน เช่น การเชื่อมต่อจากสนามบินภูเก็ต หรือสนามบินตรัง ไปยังเกาะใกล้เคียงโดยตรง โดยไม่ต้องต่อเรือ ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอย่างมาก ขณะนี้มีเอกชน 2 รายที่แสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ไทยซีเพลน (Thai Seaplane) และสยามซีเพลน (Siam Seaplane) ซึ่งมีเครื่องบินทะเลพร้อมให้บริการแล้ว อย่างไรก็ตาม สายการบินภาคเอกชนรายอื่นๆ จะต้องรอความชัดเจนจากทั้ง 2 สายการบินนี้ก่อน จากการดําเนินการในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์” นายเถลิงศักดิ์กล่าว