วิเคราะห์การตลาดสไตล์ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ไลฟ์ขายมาราธอน ถึงสร้างปรากฎการณ์ ทุบสถิติรายวัน
ปรากฏการณ์ตลาดแตก หลัง “รัชนก สุวรรณเกตุ” หรือ “เจนนี่ได้หมดถ้าสดชื่น” ที่หลายคนรู้จักกันดี ได้ไลฟ์สดขายสินค้ามาราธอน ตั้งแต่สี่โมงเย็นยันเช้าของอีกวัน
สามารถกวาดออเดอร์ สร้างยอดขายแบบทุบสถิติให้หลายแบรนด์ คิดเป็นยอดขายรวมๆ ในช่วงวันที่ 10-14 ตุลาคม เฉียดๆ 300 ล้านบาท ล่าสุดอั้ม-พัชราภา สามารถปิดยอดขายไปได้ 60 ล้านบาท มียอดขาย 108,000 ออเดอร์ ภายใน 10 นาที

ถือว่าสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการขายออนไลน์ไม่น้อย เพราะเพียงแค่ 10 นาที “เจนนี่” ก็สามารถโกยยอดขายให้แบรนด์อย่างถล่มถลาย กลายเป็นไวรัลมาร์เก็ตติ้งที่ดึงดูดเจ้าของแบรนด์ ควักเงินหลักหมื่นบาทใช้บริการสไตล์การขายบ้านๆของเจนนี่อย่างไม่ขาดสาย จนถูกตั้งฉายา “เจนนี่ขายหมดถ้าสดชื่น”
ทำไมการขายสไตล์เจนนี่ ถึงเป็นกระแสแรงเว่อร์บนโลกออนไลน์?
“วรินทร์ ทินประภา” Chief Growth Officer บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัดหรือMI Group สะท้อนว่า ในมุมของนักการตลาด ปรากฏการณ์นี้เป็น กระแสสร้างให้เกิดรายได้ และเอนเกจเมนต์มากๆ เนื่องจากเจนนี่มีกระแสที่จุดพลุอยู่ก่อนแล้ว จึงใช้โอกาสและมีกลยุทธ์ รวมทั้งมีพื้นฐานในการไลฟ์ขายของอยู่แล้ว จึงเป็นเจนนี่บนความความโชคดีในเชิงกลยุทธ์มากกว่า ใช้กระแสถูกต้อง ถูกที่ ถูกเวลา

สำหรับลูกค้าที่มาซื้อสินค้ายังต้องมีการวิเคราะห์เชิงลึกต่อไป แต่ถ้าให้มองแบบเร็วๆ ส่วนใหญ่จะเป็นแฟนคลับกลุ่มแมส โดยมียอดวิวที่ไลฟ์ขายแต่ละครั้งเพิ่มขึ้นจากหลักแสนเป็นมากกว่า 5 แสนคน จึงเกิดยอดสั่งซื้อเป็นหลักหมื่นเกิดขึ้นภายในเวลาสั้นๆ ได้ ประกอบระหว่างไลฟ์มีการจัดโปรโมชั่นลดราคา จึงสามารถช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ขณะที่แบรนด์มองว่าคุ้มค่าที่จะลอง
“พอเป็นเจนนี่ ซึ่งเป็นศิลปินชื่อดังอยู่แล้ว ทั้วยังเข้าใจการไลฟ์ ในกลไกอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม และใช้ประโยชน์จากระบบไลฟ์สดในช่วงเป็นกระแสในสังคม จะสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ กับผู้ชม ผ่านคอนเทนต์ ทำให้มีเอนเกจเมนต์สูงและเปลี่ยนยอดวิวให้กลายเป็นยอดขายจริงได้ เพราะคนที่ชอบเจนนี่ เขาจะมีอารณ์ร่วม เพราะเขาได้ใกล้ชิดและได้พูดคุยกับคนที่ชอบ“
ขณะที่ “พศธร สุขอัมพร” ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจใหม่ จาก MI GROUP กล่าวเสริมว่า ถึงแม้ว่าปรากฏการณ์ยอดขายที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วอาจจะไม่สูงเท่ากับตัวเลขที่ไลฟ์ไป จากการที่แบรนด์ถูกยกเลิกออเดอร์ ถ้าแบรนด์ติดขัดจะถูกตีกลับ ทำให้ปรากฏการณ์หยุดชะงัก ซึ่งยังต้องติดตามกันต่อไป แต่อย่างไรก็ตามก็ถือว่าเกิดผลลัพธ์เชิงคุณค่าที่แบรนด์จะได้กลับมา ที่คุ้มค่ามากกว่ายอดขาย เพราะมีแบรนด์เล็กๆน้อยๆที่มาให้เจนนี่ไลฟ์ขาย ทำให้เกิดการรับรู้แบรนด์และได้ทำการตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในเวลาอันสั้น หลังมาทำกับเจนนี่ทำให้คนรู้จักทั่วประเทศ และได้คนฟอลโล มันคือความคุ้มค่าจากปรากฏการณ์นี้ เป็น power Influencer marketing ที่ดีมากๆ


