‘ไมโครชิพ’ ยักษ์ใหญ่ชิปจากมะกัน ขยายลงทุนในไทยอีก2พันล.
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ว่า บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผลิตชิปรายใหญ่รายแรกจากสหรัฐอเมริกาตัดสินใจลงทุนในไทยตั้งแต่ปี 2538 และได้ขยายการลงทุนต่อเนื่องตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการบีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการขยายการลงทุนโครงการประกอบและทดสอบชิป รองรับการเติบโตตลาดโลก มูลค่าลงทุน 2,000 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมถึงปัจจุบัน บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) ได้รับการส่งเสริมการลงทุน 12 โครงการ มูลค่าลงทุนรวมกว่า 38,000 ล้านบาท
ไมโครชิพ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) เป็นบริษัทในเครือ Microchip Technology Inc. ผู้นำระดับโลกด้านเซมิคอนดักเตอร์และระบบควบคุมอัจฉริยะ โดยผลิตชิปประเภทไมโครคอนโทรลเลอร์ ชิปแอนะล็อก และการจัดการพลังงานที่เป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ ทั้งยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สื่อสารและโทรคมนาคม ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมอวกาศ บริษัทมีลูกค้ากว่า 1 แสนราย ในกว่า 120 ประเทศ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในประเทศไทย
ไมโครชิพมีโรงงานประกอบและทดสอบชิปโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง 2 แห่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ปัจจุบันจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 4,500 คน ในจำนวนนี้เป็นวิศวกรไทย 440 คน ถือเป็นฐานการประกอบและทดสอบชิปที่ใหญ่ที่สุดในเครือ โดยกว่า 90% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของไมโครชิพทั่วโลกจะถูกส่งมาทดสอบที่โรงงานในไทยแห่งนี้ก่อนจำหน่ายให้กับลูกค้า
นอกจากนี้ ไมโครชิพยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรไทย โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 21 แห่ง ทั้งระดับปริญญาตรีและอาชีวศึกษา รวมถึงโครงการสหกิจศึกษา เพื่อพัฒนาบุคลากรขั้นสูงด้านเซมิคอนดักเตอร์ โดยองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ได้สั่งสมในฐานการผลิตในไทย ทำให้โรงงานในไทยเป็นหนึ่งในศูนย์ความรู้ที่ใช้อบรมและพัฒนาวิศวกรของบริษัทจากต่างประเทศอีกด้วย
“การที่บริษัทไมโครชิพ หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมชิประดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ได้ลงทุนและพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย จนกลายเป็นศูนย์ประกอบและทดสอบผลิตภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเครือ อีกทั้งยังสนับสนุนให้วิศวกรไทยมีบทบาทสำคัญในการร่วมออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและทดสอบ สนับสนุนให้ไทยเดินหน้าสู่เป้าหมายชิปเมดอินไทยแลนด์” นายนฤตม์กล่าว
นายนฤตม์กล่าวว่า ขณะนี้บีโอไออยู่ระหว่างการนำเสนอรัฐบาลเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ (บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์) ชุดใหม่ แทนชุดเดิมที่สิ้นสุดพร้อมรัฐบาลเดิม โดยมีวาระสำคัญที่เตรียมนำเสนอบอร์ดชุดใหม่ เช่น ยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (National Semiconductor Strategy) พร้อมข้อเสนอมาตรการสนับสนุนแบบครบวงจร รวมทั้งแผนการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อรองรับการลงทุนที่จะขยายตัวอย่างมากในอนาคต

