เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนการเกิดนโยบาย “ 1 ตำบล 1 โรงงานแปรรูปเกษตร 1 แหล่งท่องเที่ยว” ซึ่งแบ่งเป็น 3 แนวทางคือ 1.การส่งเสริมให้เกิดโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร โดยเน้นกิจการที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรท้องถิ่น เช่น การผลิตปุ๋ยชีวภาพ ผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุทางการเกษตร อาหารแปรรูป แนวทางดังกล่าวทางบีโอไอจะเข้ามาสนับสนุน ด้วยวิธีการคือ หากบริษัทขนาดใหญ่ลงทุนตั้งโรงงาน จะยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปีกับกิจการที่ดำเนินการอยู่เดิมของบริษัทแม่ วงเงินไม่เกินมูลค่าเงินลงทุนของโครงการแปรรูปเกษตรกรที่ลงทุน หากลงทุนโดยสหกรณ์วิสาหกิจชุมชน หรือผู้ประกอบการทั่วไปที่ลงทุนตั้งโรงงานจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี รวมถึงการผ่อนปรนลดขนาดการลงทุนขั้นต่ำจาก 1 ล้านบาท เหลือ 1 แสนบาท และอนุญาตให้นำเครื่องจักรใช้แล้วในประเทศบางส่วนมาใช้ในโครงการได้
2.การส่งเสริมกิจการศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรและโรงงานแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่น รวมทั้งผู้ผลิตสินค้าโอทอป และผลิตภัณฑ์ชุมชน มีช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าที่มีประสิทธิภาพและเป็นแหล่งสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี 3.การส่งเสริมกิจการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสนับสนุนการสร้างจุดขายใหม่ๆ ด้านการท่องเที่ยว โดยยกระดับแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นให้มีคุณภาพ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐาน จะให้ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 – 5 ปี
“โดยนักลงทุนที่สนใจจะต้องยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนภายในปี 2559 และเริ่มการผลิตหรือให้บริการภายในปี 2560 “นางหิรัญญากล่าว และว่าที่ประชุมได้อนุมัติการส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการในกลุ่มต่างๆ จำนวน 14 โครงการ เงินลงทุนรวม 39,329.44 ล้านบาท ครอบคลุมกิจการด้านการเกษตร เซรามิกส์ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร อุปกรณ์ขนส่ง และกิจการลงทุนตามนโยบายซูเปอร์คลัสเตอร์
นางหิรัญญากล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนนวัตรกรรมอาหาร และคลัสเตอร์อากาศยาน อุปกรณ์อัตโนมัติและหุ่นยนต์ โดยในส่วนกิจการเป้าหมายที่ลงทุนนวัตรกรรมอาหารจะได้รับสิทธิประโยชน์ คือ 1.ให้ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เพิ่มเติมจากสิทธิพื้นฐานอีก 5 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และ 2.ให้สิทธิประโยชน์ในรูปแบบคลัสเตอร์ภายใต้กลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์ อาทิ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี โดยการกำหนดวงเงินภาษีที่ได้รับยกเว้น ให้เป็นไปตามสิทธิพื้นฐานของประเภทกิจการนั้นๆ และลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เพิ่มเติมอีก 5 ปี
นางหิรัญญากล่าวว่า ได้มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายของอุตสาหกรรมอากาศยานใน 14 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นครปฐม ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เชียงราย พิษณุโลก นครสวรรค์ ลพบุรี นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี และสงขลา และอุตสาหกรรมอุปกรณ์อัตโนมัติและหุ่นยนต์ สามารถตั้งกิจการได้ทุกพื้นที่ และจะส่งเสริมตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วน/อุปกรณ์ ผู้พัฒนาสมองกลซอฟต์แวร์ ผู้ผลิตหุ่นยนต์ ผู้ผลิตระบบออโตเมชั่น และการซ่อมบำรุง จะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับซุปเปอร์คลัสเตอร์ ต้องมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย หรือศูนย์ความเป็นเลิศ และต้องยื่นคำขอรับส่งเสริมการลงทุนภายในวันที่ 30 ธันวาคม 59

