‘รฟท.’ผนึก‘กทม.’ พัฒนาบริการสาธารณะบนที่ดินรถไฟ
สร้างความสะดวกสบายให้ประชาชน
สวัสดีแฟนๆ คอลัมน์คิดเห็นแชร์ และผู้อ่านมติชนทุกท่านครับ
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดสรรพื้นที่เพื่อการบริการสาธารณะแก่ประชาชน โดยถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่รัฐต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงและมีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นเมืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นการอยู่อาศัยในเมืองที่มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคมีส่วนสำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาวะทางกายและจิตใจของผู้อยู่อาศัยในเมืองนั้น ตลอดจนลดความตึงเครียดในชีวิตประจำวันอีกด้วย
เมื่อเร็วๆ นี้ รฟท.ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อจัดทำบริการสาธารณะในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย กับกรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำบริการสาธารณะในที่ดินของ รฟท. เพื่อให้เกิดการบำรุงรักษาทางเดินรถ ทางเท้า และทางระบายน้ำ อุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างของถนน ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้เป็นความร่วมมือต่อเนื่องจากที่ รฟท.ได้ส่งมอบถนนและระบบไฟส่องสว่างบริเวณถนนกำแพงเพชร 6 ให้กรุงเทพมหานครดูแลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อมอบอำนาจให้กรุงเทพมหานคร สามารถจัดทำบริการสาธารณะได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมงานที่สำคัญ อาทิ บำรุงรักษาทางบกและทางระบายน้ำ การขนส่ง การจัดการจราจรและการวิศวกรรมจราจร รวมทั้งการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง การดำเนินงานอื่นๆ
ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง รฟท. และ กทม. เพื่อให้การดูแลสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมและต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเดินทางและคุณภาพชีวิตของประชาชน
สำหรับขอบเขตความร่วมมือดังกล่าว ได้แก่
1.รฟท.อนุญาตให้ กทม.ดำเนินกิจการต่างๆ ในบริเวณทางจราจรตามอำนาจหน้าที่ของ กทม. และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ MOU แต่ต้องไม่กระทบต่อกิจการของ รฟท.
2.ภายใต้บังคับแห่งข้อกำหนดใน MOU ห้ามมิให้ปักเสา พาดสาย วางท่อ หรือกระทำการใดๆ กับบริเวณใต้/เหนือ ตาม หรือข้ามทางจราจร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก รฟท. โดยผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความปลอดภัยตามที่ กทม.กำหนด
3.ห้ามมิให้ต่อเชื่อมทางใดๆ เข้ากับทางจราจร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก รฟท.
4.รฟท.มอบอำนาจให้ กทม. ในการกำกับ ตรวจตรา ดูแล รวมทั้งแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่กระทำการอันเป็นความผิดตามกฎหมายกับทางจราจร
5.รฟท.และ กทม. จะประสานความร่วมมือระหว่างกัน และจะสนับสนุนการดำเนินงาน ตลอดจนการติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้เป็นระยะเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนส่วนรวม
สำหรับขอบเขตพื้นที่ความร่วมมือจะครอบคลุมถนนกำแพงเพชร 1, 2, 3, 4, 6 และ 7 รวมถึงสะพานข้ามคลอง สะพานข้ามทางรถไฟ สะพานกลับรถ และถนนอุโมงค์ลอดทางรถไฟบางซื่อ พร้อมทั้งระบบไฟฟ้า แสงสว่าง และระบบระบายน้ำของอุโมงค์ในพื้นที่ถนนกำแพงเพชร 6 และถนนวงเวียนใหญ่-ตลาดพลู ซึ่งบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้มีกำหนดระยะเวลา 15 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนามร่วมกัน เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางอย่างยั่งยืน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รฟท.มุ่งมั่นที่จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้ทันสมัย ปลอดภัย และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ โดยสั่งการให้ฝ่ายเกี่ยวข้องปรับปรุงภูมิทัศน์และการบริหารจัดการพื้นที่โดยรอบสถานีอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ และยังเป็นการสร้างความมั่นใจ ตลอดจนได้รับความสะดวกและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนที่มาใช้บริการอีกด้วย
รฟท.พยายามดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง แต่ที่ผ่านมายังขาดกำลังคน ทั้งบุคลากรและงบประมาณ อีกทั้งไม่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษา ดังนั้น การส่งมอบภารกิจการดูแล โครงสร้างพื้นฐานให้กับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการดูแลพื้นที่ และทำให้เกิดความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนมากขึ้นครับ
การส่งมอบถนนเส้นทางดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลและบำรุงรักษา ภายใต้ความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการร่วมมือกันดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน รวมถึงการดูแลรักษาพื้นที่ ตลอดจนการแก้ปัญหาจราจรอย่างยั่งยืน และ รฟท.ยินดีที่จะร่วมมือกับ กทม. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ตลอดจนติดตามประเมินผล ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้
เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนส่วนรวมอย่างแท้จริงครับ

