ไทยผู้นำตลาด Branded Residence เอเชียแปซิฟิก แห่ผุด 40 โครงการ ‘กทม.-ภูเก็ต’ ติดท็อป 10โลก
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นางสาวอาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ตลาด Branded Residence ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตเศรษฐกิจในทุกช่วงเวลาได้อย่างสวยงาม ลูกค้าส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ และชื่นชอบงานบริการที่มาพร้อมกับแบรนด์นั้น ๆ แม้หลายคนอาจมองว่า Branded Residence โดดเด่นแค่ดีไซน์และการบริการ แต่ความจริงแล้ว ผู้ประกอบการโรงแรมได้เข้ามาร่วมกำหนดมาตรฐานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในหลากหลายมิติ เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบายสูงสุด อาทิ ขนาดห้องพัก วัสดุอุปกรณ์ที่เลือกใช้ในโครงการ พื้นที่ส่วนกลาง ตลอดจนมาตรฐานงานระบบความปลอดภัย สุขอนามัย แม้กระทั่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ถูกยกระดับตามข้อกำหนดที่เป็นมาตรฐานสากล
“นอกจากนี้ Branded Residence ยังดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อจากหลากหลายประเทศทั่วโลกที่เชื่อมั่นในแบรนด์ และมั่นใจว่าจะได้รับมาตรฐานเดียวกันทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในเครือโรงแรมทั่วโลกอีกด้วย”
ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญของ Branded Residence อย่างน่าจับตา มีสัดส่วนการครองตลาดของโครงการที่สร้างเสร็จในเอเชียแปซิฟิกที่ 24% ตามหลังอเมริกาเหนือ ซึ่งมีส่วนแบ่ง 34% ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาโครงการที่สร้างแล้วเสร็จและโครงการที่อยู่ในระหว่างก่อสร้าง คาดการณ์ว่าทั้งสองภูมิภาคจะมีส่วนแบ่งตลาดเท่ากันที่ 23% สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเอเชียแปซิฟิก
สำหรับประเทศไทยได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด Branded Residence ของเอเชียแปซิฟิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครองตำแหน่งประเทศที่มีโครงการที่สร้างแล้วเสร็จมากที่สุดในภูมิภาค ปัจจุบันประเทศไทยมีโครงการ Branded Residence ที่สร้างเสร็จกว่า 40 โครงการ สูงที่สุดในเอเชียแปซิฟิก และเป็นลำดับถัดจากเวียดนามในแง่ของโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
อย่างไรก็ตามเมื่อรวมโครงการที่สร้างแล้วเสร็จและที่อยู่ในระหว่างดำเนินการแล้ว ประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีจำนวน Branded Residence มากที่สุดในเอเชียแปซิฟิกและเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเม็กซิโก และเมื่อพิจารณาในระดับเมือง ภูเก็ตและกรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองน่าจับตา โดยภูเก็ตได้ก้าวขึ้นเป็นเมืองที่มี Branded Residence มากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่ที่อันดับที่ 7 ของโลก
จากข้อมูลของซีบีอาร์อีในครึ่งแรกของปี 2568 พบว่า ภูเก็ตมี Branded Residence คิดเป็น 10% ของจำนวนยูนิตคอนโดมิเนียมทั้งหมด ขณะที่กรุงเทพฯ มี Branded Residence เพียง 1% ของจำนวนยูนิตคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าที่พักอาศัยประเภทนี้มีจำนวนจำกัด ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวทั้งด้านมาตรฐานระดับโลกและการบริหารจัดการภายใต้แบรนด์โรงแรมชั้นนำ อีกทั้งทำเลที่ตั้งก็ล้วนอยู่บนไพร์มโลเคชั่น Branded Residence จึงถือเป็น ‘แรร์ไอเท็ม’ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่ให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาทรัพย์สินที่มีเอกลักษณ์และความมั่นคง
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยดึงดูดการลงทุนใน Branded Residence และเติบโตมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก คือการเติบโตของการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก ความพร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานระบบบริการสุขภาพในระดับสากล ระบบการศึกษาที่ได้มาตรฐาน ชื่อเสียงการบริการและคุณภาพชีวิตที่ดี ความคุ้มค่าและผลตอบแทนการลงทุน เพราะราคาอสังหาฯมีศักยภาพทำกำไรและสร้างผลตอบแทนที่ดี ล้วนส่งผลให้ภูเก็ตและกรุงเทพเป็นเมืองที่ได้รับประโยชน์สูงสุด มี Branded Residence มากที่สุดในโลก
ดังนั้นไม่ว่าลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว การลงทุนในที่พักอาศัยประเภท Branded Residence โดยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ถาวร จึงมอบผลตอบแทนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง จากข้อมูลการซื้อขายของซีบีอาร์อี พบว่าที่พักอาศัยประเภท Branded Residence ในทำเลเดียวกัน สามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าได้สูงกว่าโครงการที่ไม่ใช่ Branded Residence ถึง 50%-80% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอย่างแท้จริง
“Branded Residence จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ปรารถนาการใช้ชีวิตเหนือระดับตามมาตรฐานโรงแรม 5 ดาว ซึ่งได้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก และยังสามารถเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้อย่างภาคภูมิ” นางสาวอาทิตยาสรุป

