หน้าแรก เศรษฐกิจ มหากาพย์ 13 ป...

มหากาพย์ 13 ปี กระเช้าขึ้น‘ภูกระดึง’ ฝันที่เป็นจริง อวดเสน่ห์ชุมชนเมืองเลย

16.10.25 | 16:22 น.

การท่องเที่ยวเชิงการผจญภัย ถือว่าได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะหลังโควิด-19 เป็นต้นมา ทำให้ผู้คนโหยหาการใช้ชีวิตเพราะเห็นตัวอย่างแล้วว่า ช่วงมีการระบาดของไวรัส ชีวิตมนุษย์บอบบางและสั้นมากขนาดไหน ความต้องการในการเดินทางเพื่อรับประสบการณ์ใหม่ๆ จึงมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สะท้อนจากเทรนด์การเดินป่า แคมป์ปิ้ง และปีนเขา ที่กระแสจุดติดอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีสินค้าที่ตอบสนองความต้องการเหล่านี้ พัฒนาออกมามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคนรุ่นใหม่นิยมการเดินป่า ปีนเขา หรือออกไปตั้งแคมป์ปิ้งในพื้นที่ต่างๆ เพราะต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง สัมผัสธรรมชาติ ทำกิจกรรมกลางแจ้ง และท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง บางส่วนต้องการพบปะกลุ่มเพื่อนที่มีความชื่นชอบในกิจกรรมประเภทเดียวกันเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยจึงมีทั้งนักเดินป่ามือใหม่ที่มองหาเส้นทางง่ายๆ จนถึงนักผจญภัยมืออาชีพ

หากพูดถึงการเดินป่า ปีนเขา หนึ่งเส้นทางไม่ควรพลาด คือ ภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นภูเขาสูง 1,316 เมตร เป็นเทือกเขาพรมแดนธรรมชาติ ระหว่างภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้สภาพทั่วไปของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นภูเขาหินทราย ยอดตัดอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของที่ราบสูงโคราช ใกล้กับด้านลาดทิศตะวันออกของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ลักษณะโครงสร้างทางธรณีของภูกระดึงเกิดขึ้นในมหายุค Mesozoic เป็นหินในชุดโคราช ประกอบด้วยชั้นหินหมวดหินภูพาน หมวดหินเสาขัว หมวดหินพระวิหาร และหมวดหินภูกระดึง สภาพพื้นที่ราบบนยอดภูกระดึงมีส่วนสูงอยู่ทางด้านตะวันตกและตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่ค่อยๆ ลาดเทลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทำให้ลำธารสายต่างๆ ที่เกิดจากแหล่งน้ำบนภูเขาไหลไปรวมกันทางด้านนี้ เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำพอง ซึ่งหล่อเลี้ยงเขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนหนองหวาย ในจังหวัดขอนแก่น

ภูกระดึง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุม เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศ ประกอบด้วย ป่าไม้ ทุ่งหญ้าและลำธาร ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าภูกระดึง มีหลายชนิดที่พบเห็นทั่วไป ได้แก่ ช้างป่า เก้ง กวางป่า หมูป่า ลิงกัง ลิงลม บ่าง กระรอกหลากสี กระแต หนูหริ่งนาหางยาว ตุ่น เม่นหางพวง พังพอน อีเห็น เหยี่ยวรุ้ง นกเขาเปล้า นกเขาใหญ่ นกกระปูดใหญ่ นกเค้ากู่ นกตะขาบทุ่ง นกโพระดกคอสีฟ้า นกตีทอง นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง นกนางแอ่นสะโพกแดง นกเด้าดินสวน นกอุ้มบาตร นกขี้เถ้าใหญ่ นกกระทาทุ่ง นกพญาไฟใหญ่ นกกางเขนดง นกจาบดินอกลาย นกขมิ้นดง ตุ๊กแก จิ้งจกหางแบนเล็ก กิ้งก่าสวน จิ้งเหลนบ้าน เต่าเหลือง งูทางมะพร้าว งูลายสอบ้าน งูจงอาง งูเห่า งูเขียวหางไหม้ อึ่งอี๊ดหลังลาย เขียดหนอง คางคก กบหูใหญ่ ปาดแคระ และมีเต่าชนิดหนึ่งหาได้ยาก คือ เต่าปูลู หรือเต่าหาง เป็นเต่าที่หางยาว อาศัยอยู่ตามลำธารในป่าเขาระดับสูงของประเทศไทย กัมพูชา และลาว เหล่าบรรดาสัตว์น้อยใหญ่นี้ จึงเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสความสวยงาม จำนวนหลักล้านคนต่อปี

Advertisement

เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม และเปิดโอกาสให้คนทุกวัยสามารถขึ้นไปชมความงดงามของภูกระดึงได้ มีแนวคิดในการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2555 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จังหวัดเลย ก่อนปี 2559 ครม.มีมติรับทราบผลการศึกษาความเป็นไปได้ ตามที่ อพท.เสนอ และให้กระทรวงทรัพยากรฯ รับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการ เพื่อให้ได้ข้อสรุปแนวทางการดำเนินการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จังหวัดเลย ที่ชัดเจนและเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและธรรมชาติน้อยที่สุด

เป้าหมายโครงการ เป็นการอนุรักษ์ไปในตัวเอง หากมีกระเช้าไฟฟ้า จะสามารถจัดการและสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมของภูกระดึง โดยเฉพาะการลำเลียงขยะและของเสียเพื่อนำลงมาจัดการได้อย่างสะดวก ช่วยเสริม
ขีดความสามารถในการบริหารของอุทยาน อาทิ สนับสนุนการเดินทางเพื่อปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อุทยานไม่ทิ้งภารกิจเกี่ยวกับการดูแลป่า ดูแลสัตว์ พันธุ์ไม้พันธุ์พืช นักท่องเที่ยว รวมถึงการป้องกันและระงับไฟป่า รวมถึงอำนวยความสะดวกในกรณีฉุกเฉิน อย่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและผู้มีอาการฉุกเฉินอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้า นักท่องเที่ยว รวมถึงสัตว์ป่าที่เจ็บป่วย

รวมถึงตั้งเป้าหมายในเชิงการท่องเที่ยวไว้ด้วย ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นตัวสร้างรายได้หลักคืนกลับมาจากงบประมาณการก่อสร้างที่ใช้ได้ โดยประเมินว่าหากมีกระเช้าไฟฟ้าแล้ว จะทำให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงภูกระดึงอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวผู้พิการ เด็กเล็ก สามารถชื่นชมได้อย่างเท่าเทียม ตามหลักการการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ลดจำนวนการพักค้างแรมบนภูกระดึง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาไปกลับภายใน 1 วัน จึงมีแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวเลือกพักบนอุทยานน้อยลง ช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะขยะ สามารถเที่ยวได้ตลอดปี ยกเว้นช่วงอุทยานปิดเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว

สิ่งสำคัญได้จากโครงการนี้ คือ การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างแรงเหวี่ยงในระดับภูมิภาค เพิ่มพื้นที่ทางเศรษฐกิจให้คนในท้องถิ่น จะได้โอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ และเกิดบริการด้านต่างๆ ทั้งที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร ขายของที่ระลึก นวดแผนไทย และเชื่อมโยง เป็นการ Market Development สร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในพื้นที่พิเศษเลย ซึ่งรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนา อาทิ โครงการสร้างทางเดินศึกษาธรรมชาติที่อำเภอหนองหิน การพัฒนาเชียงคานภายใต้มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวโลก เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในบริเวณจังหวัดเลียบน้ำโขงเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวกับลาว เพื่อใช้ประโยชน์จากรถไฟฟ้าความเร็วสูงลาวจีนภายใต้ OBOR รองรับการเติบโตของกรอบความร่วมมือการพัฒนาประเทศในเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

ในฐานะที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เป็นหัวเรือใหญ่ในการพัฒนาโครงการนี้ ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. นำทีมลงพื้นที่ และประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อเดินหน้าโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง คาดใช้งบก่อสร้างเริ่มประมาณ 1 พันล้านบาท หากใช้เส้นสะลิงกระเช้าเป็น 3 สายเพื่อความแข็งแรงมั่นคง อาจต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม แต่ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาในเร็วๆ นี้

จากการที่ อพท.คุยกับระดับองค์กรต่อองค์กรและทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ ว่าการมีกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ถือเป็นการสร้างโอกาสให้กับคนในท้องถิ่นและจังหวัด ซึ่งทุกคนเห็นด้วยว่าเป็นภาพลักษณ์ของทั้งประเทศ ไม่ได้หมายความว่าจะสนับสนุนกันอย่างเดียว แต่พยายามเปิดให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังมาตลอด อาทิ เส้นทางสร้างกระเช้ามีระยะทาง 4.4 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ถูกเลือกจาก 4 เส้นทางที่ทำการศึกษา ว่าสามารถทำได้จริง และไม่บดบังทัศนียภาพของนักท่องเที่ยวที่อยากทดสอบความสามารถทางร่างกายผ่านการเดินเท้าขึ้นไป และการก่อสร้างต้องไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม การใช้ชีวิตของสัตว์ป่า หรือคนในท้องถิ่น

เพื่อให้คืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม อพท.ร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เตรียมทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเพื่อการส่งเสริมการสนับสนุน และการประสานงานในการดำเนินงานการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ส่วน ความคืบหน้าในปัจจุบัน กระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ได้รับงบออกแบบก่อสร้าง 25 ล้านบาท และลงนามจ้างออกแบบก่อสร้างวันที่ 30 กันยายน 2568 สัญญาเริ่มต้น 1 ตุลาคม 2568 สิ้นสุด 27 มิถุนายน 2569 (รวม 270 วัน) โดยมีคู่สัญญาบริษัท เทสโก้ จำกัด ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังเปิดให้บริษัท 5 รายเข้ามายื่นเสนอตัวออกแบบก่อสร้าง โดยพิจารณาจากความเหมาะสม กระบวนการสร้างที่ปลอดภัย เคยทำงานร่วมกับบริษัทกระเช้าระดับโลก ในแผนก่อสร้างกระเช้ามี 8 ขั้นตอน ที่ปัจจุบันดำเนินการเรียบร้อยแล้ว คือ จ้างออกแบบและก่อสร้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขยายเวลาศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน และการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) รวมถึงขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อออกแบบในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง โดยพยายามเร่งให้เร็วที่สุดเพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดสรรงบก่อสร้าง ขออนุญาตแบบก่อสร้าง และก่อสร้างต่อกรมอุทยาน ก่อนก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง คาดใช้เวลา 12 เดือน (ธันวาคม 2569-พฤศจิกายน 2570)ลงเสาแรกเดือนธันวาคม 2569

“ตั้งใจก่อสร้างกระเช้าให้แล้วเสร็จปี 2570 รองรับเทศกาลท่องเที่ยวภูกระดึง หรืออย่างช้าต้นปี 2571 โดยมีกระเช้าไฟฟ้านี้จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ผ่านขึ้นไปชมวิวเป็นช่วงเวลา และอาจไม่ได้พักค้างคืน จะมีการหมุนเวียนนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้น ลดความแออัดอีกเยอะ โดยรายได้เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวใน จ.เลย อยู่ที่ 1,200 บาทต่อคนต่อวัน หากพัก 2 คืนเพิ่มเคาะ 2,500 ต่อคนต่อทริปได้ มั่นใจหากมีกระเช้าไฟฟ้าจะเป็นส่วนช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวหมุนเวียนเข้าชมความสวยงามของยอดภูกระดึงมากขึ้น ลดความแออัดพักค้าง ที่จำกัดจำนวนไว้ 5,000 คนต่อวันด้วย” นายศิริปกรณ์เล่า

ในการหารือนั้นได้มีตัวแทนชาวบ้านในท้องถิ่นรายหนึ่งระบุว่า การมีกระเช้าภูกระดึง ถือเป็นนิยายมหากาพย์ที่ยาวนาน ตอนนี้มีความคาดหวังว่าจะเริ่มเกิดขึ้นได้จริง ถือเป็นการเปิดโอกาสให้คนเข้ามาชมความงามของภูกระดึงได้มากขึ้น และลดความเสี่ยงสูญเสียชีวิตของนักท่องเที่ยว ลูกหาบ และเจ้าหน้าที่ เพราะที่ผ่านมา ภูกระดึงมีคนเสียชีวิตทุกปี หากมีเครื่องมือเข้ามาช่วยป้องกันทั้งชีวิตคนและทรัพยากรธรรมชาติได้เป็นเรื่องดี แม้กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงใช้เวลามาร่วมกว่า 13 ปี แต่ช้าก็ดีกว่ายังไม่คืบหน้า

ด้านผู้แทนหอการค้าจังหวัดเลยเสริมว่า ค่อนข้างมั่นใจ ว่าจะมีการก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงได้จริง จึงขอฝากเรื่องการบริหารพื้นที่ การจัดการกระเช้าและบริหารตั๋ว อยากให้มีหน่วยงานมืออาชีพเข้ามารับผิดชอบ เพราะเอกชนในพื้นที่อาจยังเล็กเกินไป จึงอยากให้เป็นองค์กรที่มีความสามารถจริงเข้ามาบริหารจัดการ รวมถึงพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบให้กับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ตอนนี้ยังไม่มีมากนัก อาทิ ขนส่งจากสนามบินไปตามแหล่งท่องเที่ยว หรือตรงมายังภูกระดึง รวมถึงเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตามจำนวนนักท่องเที่ยว

ศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง กล่าวว่า โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง มีจุดอ่อนน้อยนิด แต่มีจุดแข็งเยอะ เหมือนอุปสรรคที่มีอยู่บ้างโดยคนขึ้นภูกระดึงมีอายุเฉลี่ย 40 ปี ที่ขึ้นภูกระดึงได้ แต่ตอนนี้ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย มีเงินแต่ไม่มีแรง ทำให้ต้องตอบโจทย์กลุ่มคนเหล่านี้ให้ได้ เพราะอาชีพลูกหาบในปัจจุบันมีลดน้อยลง และคนรุ่นใหม่ไม่ได้สานต่ออาชีพนี้แล้ว เนื่องจากเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น และมีตัวอย่างผลกระทบต่อสุขภาพจากรุ่นพ่อแม่แล้ว ทำให้การมีกระเช้าเข้ามาจะช่วยเรื่องความสะดวกในการเข้าถึงประเทศไทยไม่ใช่ประเทศแรกมีกระเช้าขึ้นเขา หลายประเทศในอาเซียนมีนานแล้ว อย่าง เวียดนาม สิงคโปร์ ซึ่งภูกระดึงเหมือนเพชร ที่ยังไม่เจียระไน หากมีกระเช้าช่วยการขึ้น-ลงได้สะดวกขึ้น อีกแหล่งท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศคึกคักได้ตลอดปี

จึงเกิดเสียงสนับสนุนและรอคอยกระเช้าชมความงดงามบนยอดภู ในเร็ววันนี้

วิณัฐฏาภรณ์ ศิริโสม