ส.โรงแรม ขอรัฐทบทวนเพิ่มวันลาคลอด 120 วัน ชี้ธุรกิจบริการกระทบหนัก-เพิ่มข้อจำกัดทางเพศ
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า กรณีที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่…) พ.ศ…. เพิ่มสวัสดิการให้ลูกจ้างหญิงในระบบประกันสังคม โดยเฉพาะในส่วนของการลาคลอดและการเลี้ยงดูบุตร เพิ่มวันลาคลอดจากเดิม 98 วัน เป็นไม่เกิน 120 วัน พร้อมกำหนดให้ผู้ประกันตนที่ลาคลอดได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วัน และหากครบกำหนด 120 วันแล้ว บุตรมีอาการเจ็บป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน ความผิดปกติ หรือภาวะพิการ สามารถลาต่อเนื่องได้อีกไม่เกิน 15 วัน
โดยได้รับค่าจ้าง 50% ตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 15 วันนั้น เบื้องต้นเอกชนในภาคบริการถือว่าได้รับผลกระทบสูงมาก เพราะพนักงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และมีจำนวนคนทำงานแต่ละหน้าที่จำกัด ทำให้หากมีพนักงานลาคลอดถึง 120 วัน ก็ต้องหาคนมาทำงานแทน ซึ่งบางหน้าที่หาพนักงานทำแทนได้ลำบากมากอยู่แล้ว

“ยอมรับว่าเรื่องนี้พูดลำบากมาก เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ประเมินในแง่ของผู้ประกอบการและการทำธุรกิจ ก็ต้องบอกว่า จำนวนวันลาที่เพิ่มเข้ามาถือว่าเยอะไป เพราะคนทำธุรกิจก็บริหารงานยากขึ้น โดยเฉพาะสิทธิลาคลอดถือเป็นสิทธิของผู้หญิง ซึ่งพนักงานโรงแรมส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงเป็นหลัก ง่ายๆ เลยก็แผนกแม่บ้าน ก็คือผู้หญิง ไม่ไม่ใช่แผนกพ่อบ้าน ถือเป็นอุปสรรคในการบริหารงาน จึงอยากให้ทบทวนว่า จำนวนวันที่เพิ่มขึ้นมาถือว่ามากไปหรือไม่ เพราะของเดิมก็อยู่เกือบ 100 วันอยู่แล้ว” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ในท้ายที่สุด หากมีช่องว่างของขอบเขตและข้อจำกัดในการทำงานเกิดขึ้นแบบนี้ หากผู้ประกอบการจำเป็นต้องเลือกจ้างพนักงาน ในอนาคตจะเลือกจ้างผู้ชายมากขี้นแทน จึงมองว่าควรประเมินข้อดีและข้อเสีย รวมถึงผลที่จะกระทบกับสมดุลในในภาวะปกติด้วย แต่หากออกมากฎหมายบังคับใช้จริงๆ ก็ต้องยอมรับและทำตามอยู่แล้ว เพียงแต่อยากให้มีความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการด้วย เพราะมีผลกระทบทั้งเรื่องต้นทุนของค่าจ้างแรงงานที่สูงอยู่แล้ว รวมถึงการบริหารงานในภาพรวมด้วย
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ที่สมาคมฯ ให้ฝ่ายกฎหมายยื่นคำขอคุ้มครองชั่วคราวไปยังศาลปกครอง เพื่อพิจารณาผลกระทบที่เกิดจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทั่วประเทศ และภาคโรงแรมถูกกระทบเป็นหลักแล้ว ตอนนี้ทำได้เพียงรอฟังอย่างเดียว ว่าศาลจะพิจารณาอย่างไร เพราะทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ซึ่งจริงๆ ก็ยอมรับว่า คาดหวังอยากให้ศาลทุเลาคำสั่งให้โดยเฉพาะภาคธุรกิจโรงแรมที่อยู่ในจังหวัดรอบนอก ซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากภาวะเศรษฐกิจ และการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว จึงอยากให้ศาลทุเลาเบื้องต้นให้กลับไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำตามอัตราเดิมก่อนในระหว่างที่พิจารณาคดี เพราะไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานมากเท่าใด ซึ่งหากนานก็จะยิ่งส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการมากขึ้น

