บีโอไอ ตั้งทีมพิเศษ เร่งลงทุน 3 แสนล้าน ช่วยดัน 70 โครงการ ค้างท่อ ปลดล็อกขั้นตอนขออนุญาต
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะ ประกอบด้วย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เข้าพบและหารือกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยวของสาธารณรัฐประชาชนจีน อาทิ UTour, Caissa, Qunar, Tongcheng, China Comfort Tourism (CCT), China Travel Group (CTG), 6renyou, ZX-Tour, Hainan Airlines และ Air China เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวของจีน โดยเฉพาะแนวทางกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาเยือนไทยเพิ่มขึ้น ตนได้เน้นย้ำมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวว่าเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลไทย มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่านักท่องเที่ยวมาเยือนไทยจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดตลอดระยะเวลาพำนักในไทย
ขณะที่ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ชุดใหม่ ที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 มีมติเห็นชอบมาตรการเร่งรัดการลงทุน เพื่อสนับสนุนนโยบาย ควิก บิ๊ก วิน ของรัฐบาล บีโอไอจะตั้งทีมพิเศษเพื่อติดตามและเร่งรัดการลงทุนของโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ได้รับอนุมัติในช่วงปี 2566-2567 แต่ติดปัญหาและอุปสรรคกว่า 70 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมดิจิทัล (ดาต้าเซ็นเตอร์) อิเล็กทรอนิกส์ กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า และกิจการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม
พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค 3 ด้าน ได้แก่ ด้านไฟฟ้า ด้านการจัดหาพื้นที่สำหรับการลงทุน และด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน เป็นปัญหาสำคัญร่วมกันของนักลงทุนในทุกอุตสาหกรรม ทีมพิเศษจะมีเลขาธิการบีโอไอเป็นประธาน เพื่อทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปลดล็อกอุปสรรคเหล่านี้โดยเร็ว
นายนฤตม์กล่าวว่า นอกจากนี้ บีโอไอจะดำเนินการจัดทำระบบไทยแลนด์ ฟาสต์ พาส (Thailand FastPass) เพื่อเป็นกลไกใช้ต่อเนื่องระยะยาวเร่งรัดโครงการลงทุนสำคัญ จะวิเคราะห์เส้นทางการประกอบธุรกิจของอุตสาหกรรมเป้าหมาย กำหนดขั้นตอนการอนุมัติหรืออนุญาตที่มีผลต่อการเริ่มต้นธุรกิจ จากนั้นจะทำงานร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อทำข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) เพื่อเป็นช่องทางพิเศษช่วยเร่งรัดโครงการลงทุนสำคัญให้ได้รับอนุญาตตามกรอบเวลากำหนดใน SLA และเดินหน้าลงทุนจริงอย่างรวดเร็วที่สุด

