หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าส่งค้าปลีก...

ค้าส่งค้าปลีก ชี้คนละครึ่งพลัส เติมกำลังซื้อ-กระตุ้นศก. เชื่อดันยอดขาย หลังติดลบ 30%

20.10.25 | 14:32 น.

ค้าส่งค้าปลีก ชี้คนละครึ่งพลัส เติมกำลังซื้อ-กระตุ้นศก.โค้งสุดท้าย ดันยอดขายบวก หลังติดลบ 30%

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่กระทรวงพาณิชย์ นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ค้าขายของโชห่วยทั่วประเทศว่า ในขณะนี้ทั่วประเทศมีผู้ประกอบการโชห่วยรวมกว่า 4 แสนราย เริ่มอ่อนแรงและรายได้ติดลบต่อเนื่องมาหลายเดือน จากกำลังซื้อและความไม่เชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคต รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นปัจจัยลบต่อจิตวิทยาการใช้จ่ายและกำลังซื้อหดตัว อีกทั้งได้รับผลกระทบจากการค้าผ่านแพลตฟอร์มระบบออนไลน์ ที่เข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดของค้าส่งค้าปลีกเอสเอ็มอี และเป็นประเด็นที่อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเพื่อประคองทายาทรุ่นใหม่และสนับสนุนการทำออนไลน์ควบคู่ไปด้วย

นายสมชายกล่าวว่า สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นเรื่องที่ดีระยะสั้นต่อการกระตุ้นใช้จ่ายและเพิ่มรายได้โชห่วย และมองว่าเป็นการใช้งบประมาณที่จะให้ผลดีต่อระบบเศรษฐกิจมากกว่าการใช้เงินกว่า 2 แสนล้านบาทในครั้งก่อน แม้ในแง่ผู้ประกอบการ ภายใต้โครงการคนละครึ่งพลัสจะให้ประโยชน์กับโชห่วยหรือผู้ค้าที่ไม่ได้อยู่ในระบบนิติบุคคล ส่วนที่อยู่ในระบบนิติบุคคลจะได้รับประโยชน์จากการเป็นร้านธงฟ้า ซึ่งจะรองรับการใช้จ่ายของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้รับเงินกระตุ้นเศรษฐกิจคนละ 1,700 บาท อย่างไรก็ตาม การเติมเงินเข้าระบบเศรษฐกิจไม่ว่ารูปแบบใดก็ทำให้ผู้ค้าและประชาชนยิ้มได้มากขึ้น และคนละครึ่งพลัสจะเป็นส่วนที่ทำให้ค้าปลีกซึ่งติดลบจากรายได้หดตัวกว่า 20-30% ให้ตีกลับไม่ให้ตัวเลขค้าปลีกทั้งปีติดลบ

Advertisement

“คนละครึ่งพลัส เริ่มใช้จ่าย 29 ตุลาคมถึงสิ้นธันวาคม 2568 เท่านั้น มองว่าเสมือนเป็นยาแก้ปวดอาการฝืดชั่วคราว และใกล้เทศกาลปีใหม่จะช่วยให้ระบบค้าปลีกมีบรรยากาศที่คึกคัก ดูจากยอดประชาชนลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสวันแรก ตัวเลขถล่มทลาย สะท้อนว่าคนต้องการเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การจะฟื้นกำลังซื้อและเศรษฐกิจต่อเนื่อง รัฐบาลต้องออกมาตรการช่วยเหลือต่อเนื่อง โดยเอาฐานข้อมูลจากโครงการครั้งนี้ นำไปประมวลและออกมาตรการช่วยเหลือให้ตรงกลุ่มและตรงจุดประสงค์ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษี ซอฟต์โลนปลอดดอกเบี้ยให้รายย่อยและสร้างผู้ค้ารายย่อยใหม่ๆ เพื่อให้เกิดอาชีพสำหรับผู้ที่ตกงานหรือรายได้เสริมของแรงงาน เหมือนการรักษาอาการต่อเนื่อง และมีอาการที่แตกต่างกัน ถ้ารัฐบาลใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ลงทะเบียนออกวิธีการช่วยเหลือที่เหมาะสม ก็จะง่ายต่อการทำให้ผู้ประกอบการอยู่ได้และสร้างรายได้ผู้ค้าขายได้มั่นคงขึ้น และอีกเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งดูแล คือ ผลักดันราคาพืชไร่ ที่เป็นกลุ่มใช้จ่ายเงินต่อเนื่อง วันนี้ราคาพืชไม่ดี กำลังใช้จ่ายในต่างจังหวัดก็ไม่ดีตาม” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวต่อว่า ส่วนที่ถามว่าประชาชนลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสจำนวนมากเกินคาดการณ์ไว้ เห็นด้วยหรือไม่หากรัฐบาลจะเพิ่มจำนวนผู้รับสิทธิหรือต่อโครงการเฟส 2 ว่า เชื่อว่าทั้งผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนก็ต้องการให้รัฐบาลกระจายให้ครบทุกกลุ่ม แต่จะต่อเฟสสอง คงต้องอยู่ที่งบประมาณรัฐบาลว่าเพียงพอหรือไม่ หรือปรับงบประมาณปี 2569 มาใช้ต่อเนื่องได้เลย