ส.อ.ท. ถกผู้ว่าแบงก์ชาติ 21 ต.ค. ระดมแนวทางแก้บาทแข็ง
นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า วันที่ 21 ตุลาคมนี้ ส.อ.ท. เตรียมหารือกับ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่สำนักงานส.อ.ท.เพื่อร่วมกันหาทางออกเกี่ยวกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าอยู่ในขณะนี้ ซึ่งสถานการณ์ของค่าเงินดังกล่าวยอมรับว่าความผันผวนคือเรื่องปกติ แต่ที่ผ่านมาตั้งข้อสังเกตุว่าเงินบาทไทยที่เมื่อเวลาแข็งหรืออ่อนค่ามักสูงที่สุดในภูมิภาค ทั้งนี้เตรียมข้อเสนอต่อ ธปท. ในการดูแลค่าเงินบาทเพื่อให้ประเทศไทยไม่เสียเปรียบในการค้าและการแข่งขันโดยเฉพาะกับผู้ส่งออก
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ค่อนข้างน่าเป็นห่วงซึ่งเปรียบเสมือน “รถติดหล่ม” จากปัญหาโครงสร้างยังไม่ถูกแก้ไข นั่นคือ 1.มีวัยทำงานน้อยเพราะไทยเป็นสังคมผู้สูงวัย 2.การคอรัปชั่นของระบบราชการรวมถึงกฎหมายที่ล้าหลัง 3.กับดักรายได้ปานกลาง 4.งบประมาณที่ไม่สมดุลในการเบิกจ่าย 5.ระบบการศึกษา
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่มาจากความเสี่ยงอื่นๆ คือ ภาษีทรัมป์ สินค้าทุ่มตลาด สงครามระหว่างประเทศ ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา หนี้ครัวเรือน เงินบาทแข็ง การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่มีผลต่อการเกษตร และการเมืองภายในประเทศ คาดว่าไตรมาส 4 จีดีพีไทยอาจโตแค่ 0.3% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 จีดีพีโตได้เพียง 2% เท่านั้น
แต่หากไตรมาส 4 รัฐบาลสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งคนละครึ่งพลัส ลงทุน แก้ปัญหาหนี้ครัว ช่วยหนี้เสียเอสเอ็มอีได้ อาจทำให้จีดีพีเพิ่ม 0.4% ภาพรวมโตในกรอบ 1.8-2.2%

