จากข้อมูลพบว่า 62% ของคนไทยมีเงินสำรองใช้ไม่ถึง 3 เดือน จึงมีคำถามว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เช่น เข้าโรงพยาบาลกะทันหัน รถเสียกลางทาง หรือรายได้สะดุด คนไทยพร้อมกางร่มกันฝนทางการเงินหรือยัง เพราะพายุการเงินไม่เคยบอกล่วงหน้า และฝนตกหนักครั้งนี้อาจทำให้ชีวิตสั่นคลอนได้
ดังนั้นทุกคนควรต้องมี Rainy-day Fund หรือเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อเป็นร่มกันฝนทางการเงินไว้ปกป้องในวันที่ชีวิตไม่เป็นใจ
ผลสำรวจระหว่างปี 2563-65 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า แม้คนไทยมีเงินออมเพิ่มขึ้นเป็น 74.7% จาก 72.0% ในปี 2561
แต่มีเพียง 38% เท่านั้นที่มีเงินสำรองเพียงพอเกิน 3 เดือน สะท้อนว่าคนไทยแม้ออมเงิน แต่ยังไม่พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินจริงๆ
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี จึงรวบรวม 3 ขั้นตอน “อ-อ-ม” เพื่อเริ่มต้นสร้างร่มคุ้มกันทางการเงิน ที่จะช่วยให้ชีวิตมั่นใจได้แม้ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด
1. อ-ออมก่อนใช้ ทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามา ควรหักออก 5-10% เพื่อเก็บทันที เสมือนเป็นค่าใช้จ่ายประจำของตัวเอง หรือใช้หลักการ 50/30/20 ได้แก่ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น 30% สำหรับไลฟ์สไตล์ และ 20% สำหรับออมและลงทุน โดยให้เงินสำรองฉุกเฉินเป็นหนึ่งในส่วนนั้น
2. อ-อยู่ในที่ปลอดภัย เงินสำรองไม่ควรถูกนำไปลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ควรฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง หรือกองทุนตลาดเงินที่ปลอดภัย เพื่อให้เงินก้อนนี้งอกเงยเล็กน้อย แต่ยังสามารถถอนมาใช้ได้ทันทีเมื่อจำเป็น
3. ม-มีวินัยสม่ำเสมอ การเก็บเงินเพียงวันละ 50-100 บาท เมื่อสะสมอย่างต่อเนื่องจะกลายเป็นก้อนใหญ่ในอนาคต แต่ควรทบทวนจำนวนเงินที่เก็บอย่างน้อยปีละครั้ง โดยปรับตามรายได้และค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้เก็บเงินได้อย่างเหมาะสมกับรายรับ
ถือเป็นข้อมูลที่ไม่ควรมองข้าม และสามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ เพราะเมื่อฝนตกเราอาจยืมร่มจากคนอื่นได้ แต่เมื่อการเงินสะดุด ไม่มีใครช่วยเราได้เท่ากับตัวเอง
เพราะการออม คือหลักประกันชีวิตที่คุณสร้างเองได้
ปิยะวรรณ ผลเจริญ

