หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดตลาด ทองพ...

เปิดตลาด ทองพุ่งทันที 1,100 บาท หลังทองโลกดีดตัวแรงเมื่อคืนนี้ เหตนักลงทุนมั่นใจเฟดเดินหน้าลดดบ.

21.10.25 | 09:18 น.

เปิดตลาด ทองพุ่งทันที 1,100 บาท หลังทองโลกดีดตัวแรงเมื่อคืนนี้ เหตนักลงทุนมั่นใจเฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ย

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะการซื้อขายทองคำของสมาคมค้าทองคำว่า ทันที่เปิดตลาดซื้อขาย เมื่อเวลา 09.06 น. ราคาทองปรับขึ้นทันที 1,100 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 67,100 บาทต่อบาททองคำ และทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 67,900 บาทต่อบาททองคำ

ทั้งนี้สมาคมค้าทองวิเคราะห์ว่า ราคาทองคํา Spot ดีตตัวกลับขึ้นแรงเหนือระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อีกครั้งเนื่องจากได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนทองคำในประเทศเปิดตลาดพุ่งแรงกลับคืนระดับ 67,000 บาท

ราคาทองคำตลาดโลกพุ่งตัวขึ้นแรงกว่า 100 ดอลลาร์ สู่บริเวณแถวๆ 4,348 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเช้าวันนี้ ทั้งนี้ตลาดทองคำยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนต่อการดีดตัวกลับขึ้นแรงจากการที่นักลงทุนมั่นใจว่าเฟดจะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งในการประชุมเดือนนี้ และเดือนธ.ค. และนอกจากนี้ตลาดทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลต่อข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน แม้ว่าจะผ่อนคลายลงแต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด รวมทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์

Advertisement

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ของ CPM Group ระบุว่า ให้จับตาการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอย่างใกล้ชิด โดยหากสถานการณ์ด้านการเมืองและการค้าย่ำแย่ลง ราคาทองคำก็อาจพุ่งขึ้นแตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปีหน้า

คืนวันนี้ไม่มีรายงานเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ แต่ให้ติดตามถ้อยแถลงของผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) เพื่อหาข้อมูลที่ชัดเจนบ่งชี้แนวโน้มและทิศทางเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ประกาศราคาทองในประเทศเปิดตลาดเช้าวันอังคารเพุ่งขึ้นพรวดเดียว 1,100 บาท สู่บริเวณ 67,100 บาท หลังจากเมื่อวาน (20 ต.ค.) มีการประกาศราคาทองคำทั้งหมด 24 ครั้ง แต่ราคาซื้อขายไม่เปลี่ยนแปลงจากวันเสาร์ ขณะที่ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณแถวๆ 32.60 บาท แข็งค่าขึ้นจากเมื่อวานหลังดอลลาร์อ่อนค่าส่งผลให้ทองคำในประเทศขาดแรงหนุน