หน้าแรก เศรษฐกิจ มัลลิกา ยัน ไ...

มัลลิกา ยัน ไม่ปรับขึ้นราคาค่าแท็กซี่ ลุยปรับระบบ Digital Taxi Meter

21.10.25 | 11:05 น.

มัลลิกา ยัน ไม่ปรับขึ้นราคาค่าแท็กซี่ เดินหน้ายกระดับระบบ Digital Taxi Meter

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ ห้องราชดำเนิน อาคารราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม เวลา 09.00 น. น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนโยบาย Digital Taxi Meter ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวจะปรับขึ้นอัตราค่าบริการของรถแท็กซี่ ตรงนี้ ขอยืนยันว่ายังไม่มีการปรับขึ้นอัตราค่าบริการของรถแท็กซี่ตามเป็นกระแสข่าวแต่อย่างใด

น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า สำหรับแนวคิดนโยบาย Digital Taxi Meter มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการรถแท็กซี่ สร้างความโปร่งใส และเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการ โดยแบ่งออกเป็น 5 ข้อ ดังนี้

1. ยกระดับความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ Digital Taxi Meter ไม่ใช่เพียงการปรับเครื่องคิดค่าโดยสาร แต่จะมีระบบ QR Code ที่ผู้โดยสารสามารถสแกนเพื่อตรวจสอบตัวตนคนขับได้ทันที ป้องกันแท็กซี่เถื่อนหรือการสวมสิทธิ์ และมีช่องทางเชื่อมโยงไปยังระบบรับเรื่องร้องเรียนของ ขบ. โดยตรง ทำให้ผู้โดยสารสามารถแจ้งเหตุเมื่อถูกปฏิเสธได้ทันที ซึ่งเป็นมาตรการที่ทำให้ผู้โดยสารมั่นใจว่าปลอดภัยและตรวจสอบได้ อีกทั้งจะมีช่องทางในการประเมินค่าโดยสาร เพื่อให้ประชาชนประมาณการค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ ที่สำคัญจะมีระบบ GPS ติดตั้งในมิเตอร์ ตรวจสอบค่าโดยสารกับรอบวิ่งจริงพร้อมแจ้งมาที่ ขบ. กรณีมีการคิดค่าโดยสารผิดปกติ

2. ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับมาตรฐานแท็กซี่ไทย Digital Taxi Meter มีการนำระบบ GPS มาใช้ สามารถนำข้อมูลมาใช้ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ขับขี่ (KPI) เช่น พฤติกรรมการขับรถ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานแท็กซี่ไทยในภาพรวม

Advertisement

3. “ยังไม่ขึ้นราคา” แต่กำลังศึกษาแนวทางค่าโดยสารที่เป็นธรรม การพัฒนาระบบ Digital Taxi Meter ยังอยู่ระหว่างการศึกษาถึงการดำเนินการเท่านั้น เป็นเพียงแนวคิดที่ต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านทุกมิติ ซึ่งหากมีผลบังคับใช้แล้วจะใช้สำหรับรถใหม่ที่จดทะเบียนในอนาคตหรือภาคสมัครใจ โดยจะต้องไม่กระทบหรือเป็นภาระกับผู้ขับรถแท็กซี่ปัจจุบัน ทั้งนี้ ขอยืนยันกระแสข่าวที่จะมีการปรับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ว่า “ไม่เป็นความจริง” ยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารแต่อย่างใด

4. เปิดโอกาสให้แท็กซี่รายเดิมเข้าร่วมได้ จากกระแสข่าวที่ระบุว่า Digital Taxi Meter นี้ จะรองรับเฉพาะแท็กซี่ใหม่อายุไม่เกิน 4 ปี และรถใหม่ อาจทำให้เกิดความกังวลในหมู่ผู้ขับขี่แท็กซี่เดิม ขอย้ำว่า “แท็กซี่เดิมสามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน” หากมีการปรับปรุงสภาพรถให้พร้อมใช้งาน ดูแลความสะอาด และผ่านการตรวจสภาพตามเกณฑ์ที่ ขบ. กำหนด แนวทางนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการแท็กซี่รายเดิมยังคงอยู่ในระบบได้ ขณะเดียวกันเป็นการยกระดับคุณภาพของรถแท็กซี่โดยรวมอีกด้วย

5. มุ่งเน้นความปลอดภัยและความสะดวกของผู้โดยสาร หัวใจของ Digital Taxi Meter คือ “การสร้างความมั่นใจให้ประชาชนผู้ใช้บริการ” ว่าจะได้รับบริการที่ปลอดภัย สะดวก และโปร่งใส ตรวจสอบได้และไม่ถูกเอาเปรียบ

“ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่า นโยบาย Digital Taxi Meter นี้จะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้โดยสารจะได้รับความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ความโปร่งใสในการคิดค่าโดยสาร มีช่องทางร้องเรียนที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเพิ่มความมั่นใจในการใช้บริการรถแท็กซี่โดยรวม ส่วนผู้ขับรถแท็กซี่ได้รับประโยชน์จากระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐาน มีความเป็นธรรมในการแข่งขัน และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของวิชาชีพให้ดีขึ้น อีกทั้ง ขบ. มีข้อมูลที่แม่นยำสำหรับการวางแผนพัฒนาในอนาคต และช่วยยกระดับมาตรฐานการขนส่งสาธารณะของประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น” น.ส.มัลลิกา กล่าว

น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า แม้รัฐบาลชุดนี้จะมีเวลาทำงานจำกัดจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ก่อนการยุบสภา แต่กระทรวงคมนาคมยังคงเร่งผลักดันโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยกระดับมาตรฐานการให้บริการแท็กซี่ให้เท่าทันเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลและปลอดภัยที่สุด เพื่อวางรากฐานให้รัฐบาลชุดต่อไปสามารถสานต่อได้อย่างราบรื่น อะไรที่ดีและเป็นประโยชน์กับประชาชน ก็อยากเห็นเดินหน้าต่อไป