หน้าแรก เศรษฐกิจ ดร.ศักดิ์ ชี้...

ดร.ศักดิ์ ชี้ กฎหมายเอไอ ออกวันนี้ พรุ่งนี้ก็เปลี่ยน แนะหาจุดลงตัว โฟกัสความตระหนักรู้

22.10.25 | 15:35 น.

ดร.ศักดิ์ ชี้ กฎหมายเอไอ ออกวันนี้ พรุ่งนี้ก็เปลี่ยน แนะหาจุดลงตัว โฟกัสความตระหนักรู้

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เขตราชเทวี  กรุงเทพ หนังสือพิมพ์มติชน ร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS จัดสัมมนาเพื่อสังคม Matichon-AIS Talks for Thailand 2025 AI for Equality เติมพลังเท่าเทียม

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. เข้าสู่เวทีเสวนาในหัวข้อ “AI ตัวช่วย หรือ ตัวฉุด ความเท่าเทียม” โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมเวทีเสวนา ประกอบด้วย ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และผศ.ดร.ราชศักดิ์ สมยานนทนากุล กรรมการและเลขานุการ สมาคมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย โดยมีนายมนต์ชัย  วงษ์กิตติไกรวัล เป็นผู้ดำเนินรายการ

Advertisement

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า จากการสำรวจความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าคนไทยเข้าถึงอินเตอร์เน็ต 50 ล้านคน ที่น่าสนใจคือมีผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากถึง 78 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยช่วยให้คนไทยเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ดี สังเกตได้จากปริมาณการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

“คนไทยช้อปปิ้งออนไลน์โดยใช้มือถือเราเบอร์หนึ่งของโลก ไม่เชื่อไปดูไลฟ์ของเจนนี่ที่มีคนดูพร้อมกัน 1 ล้านคน แสดงว่า Digital momentum ก็คือคนไทยเราบ้าเทคโนโลยี เราใช้กัน ถามว่าเราจะใช้เทคโนโลยีอะไรบ้างที่มันตอบโจทย์การ Entertainment การฟังเพลง ทำยังไงเราจะพัฒนาคุณภาพชีวิต นี่แหละคือโจทย์ที่ AI จะมาช่วยได้

ดร.ศักดิ์กล่าวว่า การใช้ AI เพื่อการศึกษาเป็นเรื่องที่ดี ไม่อยากให้กลัวเอไอจนมากเกินไป แต่ก็ต้องใช้ AI อย่างระมัดระวัง ไม่ป้อนข้อมูลส่วนบุคคล ความลับที่ทำงาน รวมไปถึงผลงานมีลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันการขโมยข้อมูลไปแพร่ต่อ

“เราต้องลองเล่นกับมัน อย่าไปกลัวมัน แต่มีอยู่สองสามอย่างที่อยากจะแนะนำว่าไม่ควรจะทำคือ อย่าเอาข้อมูลส่วนตัวไปถาม อย่าเอาความลับบริษัทไปถามมัน และให้ระวังเรื่องของ Copywriting ที่เหลือถามมันได้หมด”

ดร.ศักดิ์กล่าวว่า การเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลต่อแวดวงการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากฟังก์ชันบางอย่างของ AI ทำให้ทักษะสำคัญของเด็กไทย เช่น ทักษะภาษาที่สาม และการคิดวิเคราะห์ มีแนวโน้มลดลง

ดร.ศักดิ์กล่าวว่าตนขอเสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งวางแผนปรับระบบการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมและตั้งรับกับบทบาทของ AI ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการเรียนรู้มากขึ้น จากการทดลองใช้ Chat GPT พบว่า AI มีความแม่นยำและรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้เด็กด้อยโอกาสเรียนรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยฟังก์ชั่นขอคำปรึกษาจาก Chat GPT ผ่านโทรศัพท์โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาได้เป็นอย่างดี

ดร.ศักดิ์กล่าวว่า ประเทศไทยมีการประกาศหลักจริยธรรม AI ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว และทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้มีศูนย์ AI Governance ไว้แก้ปัญหาอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวไม่อยากให้ใช้ข้อกฎหมาย เนื่องจาก AI เปลี่ยนได้ตลอดเวลา ออกกฎหมายวันนี้ พรุ่งนี้ก็เปลี่ยน แต่อยากให้เน้นไปที่ความตระหนักรู้ของผู้ใช้มากกว่า

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ไม่ใช้กฎหมายนำ แต่จะวางนโบาย แนวปฏิบัติ เครื่องมืออย่างไรให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องเข้าใจตรงกัน แล้วมุ่งไปสู่จุดที่เอไอตอบโจทย์จริงๆ

“AI เป็นเรื่องของการบาลานซ์ อย่างเรื่องการศึกษา ข้างหนึ่งก็อยากเอา AI มาช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้มากขึ้น แต่อีกข้างหนึ่งเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กจะไม่พึ่ง AI มากเกินไป มันขัดแย้งกัน แต่มันต้องหาจุดที่ลงตัว

เอไอ จะเป็นตัวช่วย หรือตัวฉุด เป็นไปได้ทั้งสองทาง ขึ้นกับเรา เราออกแบบอนาคตของเราเอง แต่เป็นการออกแบบให้ตรงกับบริบทของประเทศไทย กับบริบทของแต่ละ Sector และรัฐบาลควรจะมี Guiding principles มีหลักใหญ่ๆ ที่นำทาง ไม่ได้ไปผูกกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เราจะมีหลักยื้อในแต่ละโดเมนอย่างไร ก็อยากจะฝากให้ทุกคนคิด” ดร.ศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย