แห่เทขายทอง ราคาร่วงแรง ผู้ค้าชี้ยังไม่ติดดอย แค่พักเหนื่อย ลุ้นปลายปีวิ่งต่อถึง 70,000
ทำเอานักลงทุนใจคอไม่ดีว่าจะติดดอยหลัง “ทองคำ” วันที่ 22 ตุลาคม 2568 ราคาผันผวนหนักในระหว่างวัน มีการปรับเปลี่ยนถึง 41 ครั้ง ก่อนปิดตลาดราคาร่วงลง 2,750 บาท มากสุดเป็นประวัติการณ์
โดยทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 63,400 บาท ขายออกบาทละ 63,500 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 62,125.68 บาท ขายออกบาทละ 64,300 บาท
จากเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ราคาปรับขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1,900 บาท ทำนิวไฮใหม่ โดยทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 67,100 บาท ขายออกบาทละ 67,200 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 65,764.08 บาท ขายออกบาทละ 68,000 บาท
จากปรากฏการณ์ราคาทองคำ “ขึ้นแรง-ลงแรง” อย่างที่ไม่เคยปรากฎ จนคาดการณ์ราคาไม่ถูก แม้ “กูรูทองคำ” จะมองไปในทิศทางเดียวกันว่า “ทองคำกำลังเข้าสู่โหมดพักฐาน เพื่อรอจังหวะขึ้นต่อ”
แต่ว่ากันว่าเหตุผลที่แท้จริง เกิดจากแรงซื้อเพื่อเก็งกำไรในระยะสั้น จากนักลงทุนและกองทุนต่างประเทศที่ทุบตลาด จึงเกิดเทศกาลเทขายทองในขณะนี้ และจะเป็นแบบนี้ไปอีกสักพัก
“จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี” นายกสมาคมค้าทองคำ เปรียบราคา “ทองคำ” ในขณะนี้เหมือนคนวิ่งออกกำลังกาย “เมื่อวิ่งเหนื่อยแล้วก็หยุดพักบ้าง”
“ราคาทองที่ร่วงลงแรงในวันนี้ ถือว่าไม่ปกติ เหมือนกับวันที่ 17 ตุลาคมที่ราคาขึ้นแรง 1,900 บาทก็ถือว่าผิดปกติเช่นกัน ปัจจัยหลักมาจากคนไม่เชื่อมั่นเงินดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนรายย่อย รายใหญ่ รวมถึงธนาคารกลางหลายประเทศ หันมาลงทุนซื้อทองคำกันมากจนทองแท่งตลาด ผลิตไม่ทัน ต้องรอหลายวัน อย่างที่โรงงานของผม ตอนนี้ทำถึงตี 3 ทุกวัน”
ถามว่าตอนนี้ถือว่าคนที่ซื้อทองช่วงราคาแพงๆ ติดดอยแล้วหรือยัง? นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ยังติดดอย เพราะราคาปรับลงแรงแค่ 2 วัน ยังสามารถถือไว้ยาวๆได้ เพราะราคาทองคำยังเป็นเทรนด์ขาขึ้น ตอนนี้เป็นแค่ช่วง“ปรับฐานครั้งใหญ่ ของกองทุนในตลาดฟิวเจอร์ รอจังหวะราคาขึ้นต่อ”
โดยยังมองว่าราคาจะปรับขึ้นอีก ซึ่งคาดการณ์ปลายปีนี้ ราคาทองโลกอยู่ที่ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำไทยน่าจะใกล้แตะ 70,000 บาท
นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า การลงทุนทองคำในเดือนตุลาคมนี้ ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น ภายใต้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดสงครามการค้าสหรัฐฯและจีน ภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อ ตลอดจนธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกสองครั้งภายในสิ้นปีนี้
โดยราคาทองคำยังได้รับแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แรงขายทำกำไรระยะสั้นอาจกดดันให้ราคาผันผวนในช่วงสั้น นักลงทุนจึงควรใช้กลยุทธ์ เข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

