หน้าแรก เศรษฐกิจ กำลังซื้อฝืด ...

กำลังซื้อฝืด ฉุดยอดกิน ‘บะหมี่’ อืด ผู้ผลิตแข่งอัดโปรแรง ‘มาม่า’ หวัง ‘คนละครึ่งพลัส’ กระตุ้นตลาด

23.10.25 | 19:56 น.

กำลังซื้อฝืด ฉุดยอดกิน ‘บะหมี่’อืด ผู้ผลิตแข่งอัดโปรแรง ‘มาม่า’ หวัง ‘คนละครึ่งพลัส’ กระตุ้นตลาด

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “มาม่า” เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในปี 2568 ยังทรงตัว ยอดขายไม่โต แต่ไม่ได้ปรับตัวลดลง เนื่องจากมีการกระตุ้นจากสินค้าใหม่กลุ่มพรีเมียมและการจัดโปรโมชั่น ทำให้ตลาดยังเติบโต แต่ไม่ได้เป็นการเติบโตโดยธรรมชาติเหมือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี มีความคาดหวังโครงการคนละครึ่งพลัสจะเริ่มใช้วันที่ 29 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2568 จะเป็นแรงหนุนต่อกำลังซื้อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ให้มีความคึกคักมากขึ้น หลังจากกำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัวค่อนข้างมาก

“ตลาดปีนี้โตโดยการกระตุ้น จัดโปรแรงๆ ซึ่งไม่ใช่การทำสงครามราคา แต่เป็นเพราะคนไม่มีกำลังซื้อ ถ้าไม่มีการทำการตลาดแรงๆ ตลาดปีนี้ไม่โตและซบเซามากกว่านี้ แต่บะหมี่ฯยังคงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ผู้บริโภคซื้อในยามลำบาก ทำให้ยอดขายยังไม่ได้ตกมาก แต่ผู้ผลิตก็ต้องออกแรงกระตุ้นเยอะขึ้น ตอนนี้ผู้ผลิตไม่กลัวเรื่องดีมานด์ที่จะเพิ่มขึ้นหลังมีโครงการคนละครึ่งพลัส จนกำลังการผลิตไม่พอ ทุกคนห่วงเรื่องกำลังซื้อมากกว่า ซึ่งต้องยอมรับว่าปีนี้เศรษฐกิจไม่ดีจริงๆ” นายพันธ์กล่าว

นายพันธ์กล่าวว่า สำหรับยอดขายมาม่าในปี 2568 นี้ น่าจะได้รับผลกระทบบ้าง ทำให้ยอดขายลดลงประมาณ 1-2% จากยอดขายภายในประเทศที่ทรงตัว และตลาดต่างประเทศที่สองตลาดใหญ่ได้รับผลกระทบพร้อมกัน คือตลาดสหรัฐอเมริการที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์ และตลาดกัมพูชาที่ยังคงมีปัญหาชายแดนไทยกับกัมพูชา ที่กระทบต่อการส่งออก ซึ่งบริษัทก็ต้องพิจารณาปรับพอร์ตใหม่ อย่างไรก็ดี เนื่องจากบริษัทมีรายได้จาก 3 ขา คือการขายในประเทศ ส่งออก และการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ จึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ทั้งนี้ คาดว่ารายได้รวมปี 2568 น่าจะเท่ากับปี 2567 ซึ่งมีรายได้รวมประมาณ 30,000 ล้านบาท

“สถานการณ์ปี 2568 รายได้ในประเทศเป็นพระเอก การลงทุนเป็นพระรอง ส่วนการส่งออกเป็นตัวที่ต้องแบก ต่างจาก 3 ปีก่อน ที่การส่งออกเป็นตัวไดร์ฟรายได้เรา จากสถานการณ์ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เราสามารถปรับราคาขายในต่างประเทศได้ สำหรับในปี 2569 ตั้งเป้าจะดันยอดขายต่างประเทศกลับคืนมาให้ได้ ในขณะเดียวกันจะลงทุนสร้างโรงงานใหม่ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อขยายกำลังการผลิตบะหมี่ฯเพิ่มขึ้นอีก 5-10% คาดว่าใช้เงินลงทุนหลัก 1,000 ล้านบาท และใช้เวลาการก่อสร้างประมาณ 1-2 ปี” นายพันธ์กล่าว

Advertisement