ธกส. เผย ครึ่งปีบัญชี68 ปล่อยกู้กว่า 5.5 แสนล้าน หนี้เสียต่ำเป้า ดันมาตรการพักหนี้ครัวเรือน 1.35 ล้านราย
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ครบรอบปีที่ 59 ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจตามวิสัยทัศน์ “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรทุกมิติ ภายใต้แนวคิด Essence of Agriculture โดยมุ่งสร้างความมั่นคงและการเติบโตของภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีบัญชี 2568 (1 เม.ย.–30 ก.ย.) ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อทั้งในและนอกภาคเกษตรรวม 551,502 ล้านบาท ทำให้ยอดสินเชื่อรวม 1,689,921 ล้านบาท มีเงินฝากสะสม 2,033,710 ล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2,435,717 ล้านบาท ควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อยู่ที่ 6.20% ต่ำกว่าเป้าหมาย 6.77%
ธ.ก.ส. ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องและลงทุน อาทิ สินเชื่อเคหะเพื่อที่อยู่อาศัย, สินเชื่อเงินด่วนคนดี และสินเชื่อเงินด่วนกึ่งแสนสำหรับสมาชิก อสม. และ อสส. มีผู้ใช้บริการกว่า 636,945 ราย รวมทั้งสินเชื่อเงินด่วนสิบหมื่นสำหรับสมาชิก อสม.-อสส. จำนวน 277,526 ราย
นายฉัตรชัยกล่าวว่า ส่วนเงินฝาก ธ.ก.ส. เปิดตัว สลากออมทรัพย์ชุดขุนแผนมรกต เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2568 หน่วยละ 2,000 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 40 ล้านบาท พร้อมรางวัลอื่น ๆ กว่า 1 แสนรางวัลต่อเดือน อายุสลาก 2 ปี จ่ายดอกเบี้ยทันที 0.475% ต่อหน่วย มียอดฝากแล้ว 3,580 ล้านบาท หรือ 1,790,000 หน่วย
นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่สองประเภท ได้แก่ เงินฝากทองชมพูนุช ดอกเบี้ยล่วงหน้า 1.40% ต่อปี ระยะเวลา 7 เดือน และ เงินฝากทองนพคุณ ฝากขั้นต่ำ 10,000 บาท รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบขั้นบันไดสูงสุด 2.15% ระยะเวลา 10 เดือน
นายฉัตรชัยกล่าวว่า ส่วนมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ธ.ก.ส. ดำเนินมาตรการพักชำระหนี้ระยะที่ 3 (1 ต.ค. 2568 – 30 ก.ย. 2569) ครอบคลุมลูกหนี้รายย่อย 1.35 ล้านราย วงเงิน 186,935 ล้านบาท พร้อมสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้และฝึกอบรมเพิ่มศักยภาพอาชีพเพื่อสร้างรายได้ระหว่างพักหนี้ ปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมแล้ว 316,000 ราย ในจำนวนนี้กว่า 114,000 รายสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 15% พร้อมสินเชื่อฟื้นฟูอาชีพวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย มีผู้ใช้บริการ 37,548 ราย ยอดจ่ายสินเชื่อสะสม 3,021 ล้านบาท
ธ.ก.ส. ยังดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรปลูกข้าวนาปี–นาปรัง ปี 2568 และสนับสนุนการเพาะปลูกให้เหมาะกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ ได้ประโยชน์กว่า 4.5 ล้านครัวเรือน รวมวงเงินกว่า 36,716 ล้านบาท
นายฉัตรชัยกล่าวว่า ส่วนการพัฒนาชนบทและเกษตรกรรุ่นใหม่ ธ.ก.ส. เตรียมเปิดแพลตฟอร์มดิจิทัล BAAC Matching วันที่ 11 พ.ย. 2568 เชื่อมโยงการผลิตและการตลาดตลอดห่วงโซ่ ให้เกษตรกรรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนเข้าถึงตลาดได้โดยตรง พร้อมสนับสนุนสินค้าเกษตร Glam และ Essence Glam ยกระดับบรรจุภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ข้าวพร้อมทานแบรนด์อุ่นอิ่ม และน้ำสับปะรด Sure Juice จากสหกรณ์ลูกค้า ธ.ก.ส. พร้อมขยายสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro-Tourism) และสินค้าเกษตรมูลค่าสูงตอบโจทย์ตลาดในและต่างประเทศ
โครงการ เกษตรธนากร มุ่งพัฒนาเยาวชน 27 โรงเรียนทั่วประเทศ ให้เรียนรู้ทักษะเกษตรสมัยใหม่และความรู้ทางการเงิน สร้างผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันโครงการ สินเชื่อเกษตรวิวัฒน์ เปิดโอกาสให้ข้าราชการเกษียณและบุคลากรภาคเอกชนสร้างรายได้จากภาคเกษตร
การยกระดับองค์กรและเทคโนโลยี ธ.ก.ส. ใช้แนวคิด Re-Process & Digitize Process เพื่อลดเวลาและเพิ่มความแม่นยำ เช่น การสนับสนุนสินเชื่อชะลอข้าวผ่านแอป BAAC Mobile และระบบอำนวยสินเชื่อใหม่ที่จะเริ่มใช้ในเดือนมกราคม 2569
ด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG ธ.ก.ส. มุ่งสู่ Carbon Neutrality ปี 2050 ผ่านโครงการ BAAC Carbon Credit มีชุมชนขึ้นทะเบียน T-VER แล้ว 35 ชุมชน กักเก็บคาร์บอนสะสม 3,331 ตัน สร้างพื้นที่สีเขียวกว่า 6,581 ไร่ หรือ 4.95 ล้านต้น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม 4,879 ตัน และปล่อยสินเชื่อ ESG แล้วกว่า 23,000 ล้านบาท จากเป้า 25,000 ล้านบาท

