หน้าแรก เศรษฐกิจ นักวิชาการ แน...

นักวิชาการ แนะไทยใช้โอกาสปราบสแกมเมอร์-แก๊งคอล จัดการศก.สีเทา ลดสัดส่วนเศรษฐกิจใต้ดิน

26.10.25 | 17:51 น.

นักวิชาการ แนะไทยใช้โอกาสปราบสแกมเมอร์-แก๊งคอล จัดการศก.สีเทา ลดสัดส่วนเศรษฐกิจใต้ดิน ดึงเชื่อมั่นนักลงทุน ระบุมูลค่าเศรษฐกิจนอกระบบของไทยกว่า 50% ของจีดีพี

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ประเทศไทยนั้น ล้อมรอบโดยประเทศที่เป็นแหล่งประกอบอาชญากรรมขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและศูนย์กลางหลอกลวงฉ้อโกงทางออนไลน์ และ ไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางฟอกเงินจากกิจกรรมผิดกฎหมายและอาชญากรรมจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งกัมพูชาและเมียนมา แรงกดดันของนานาชาติต่อกัมพูชา เป็นโอกาสของรัฐบาลไทยในการเดินหน้าจัดการอย่างเด็ดขาดกับเศรษฐกิจสีเทาฟอกเงินเหล่านี้ การเติบโตของเศรษฐกิจสีเทาและกิจกรรมฟอกเงินจะสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจจะไม่มีความน่าเชื่อถือ ไม่มีความแน่นอนไม่มีกรอบมาตรฐานในการดำเนินการ ขาดความยั่งยืนและไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่

ชี้ไทยไม่อยู่ในสถานะเป็นฮับการเงินการลงทุนเหตุเป็นแหล่งงฟอกเงิน

การเป็นแหล่งฟอกเงินของสแกมเมอร์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติทำให้ “ไทย” ไม่อยู่ในสถานะที่จะพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินและการลงทุน ที่น่าเชื่อถือของนักลงทุนได้ การขยายใหญ่ของกิจกรรมผิดกฎหมาย และ การเติบใหญ่ของกิจกรรมฟอกเงินในไทย เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจในระยะยาว ความมั่นคงของประเทศและความสงบเรียบร้อยของสังคม หากปล่อยให้ ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติและกิจกรรมฟอกเงินเติบโต กลุ่มเหล่านี้ก็อาจเข้ามามีบทบาททางการเมืองผ่านการติดสินบนซื้อนักการเมือง ซื้อพรรคการเมือง ซื้อข้าราชการ ซื้อกระบวนการยุติธรรม หรือ แม้นกระทั่งมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลได้ และ ปรากฎการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศละตินอเมริกา หรือ แอฟริกาบางประเทศมาแล้ว โดยเฉพาะรัฐบาลละตินอเมริกาบางประเทศเคยตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติมาแล้ว จนถึงขั้นต้องมีการแทรกแซงทางการทหารโดยสหรัฐอเมริกา อย่างกรณีของเผด็จการทหาร นายพลมานูเอล นอริเอกา ที่ทำให้ “ปานามา” เป็น ศูนย์กลางสำหรับการฟอกเงินจากขบวนการยาเสพติดระหว่างประเทศ

รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า การที่สหรัฐอเมริกาก็ดี อังกฤษก็ดี เกาหลีใต้ก็ดี ได้เดินหน้าปราบปราม ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในกัมพูชา แก๊งสแกมเมอร์ ขบวนการค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานทาส มีการยึดทรัพย์และดำเนินการทางกฎหมายต่อกลุ่มนักธุรกิจสีเทาที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับกลุ่มผู้นำในกัมพูชาหรือเมียนมาก็ดี ย่อมเป็นโอกาสของประเทศไทยในจัดการเศรษฐกิจสีเทาฟอกเงินของเครือข่ายเหล่านี้ หากรัฐบาลนิ่งเฉยและไม่แสดงความกระตือรือร้นต่อการแก้ปัญหาเหล่านี้ ย่อมทำให้เกิดข้อสงสัยต่อสาธารณชนว่า กลุ่มการเมืองหรือกลุ่มข้าราชการ กลุ่มธุรกิจในไทยมีผลประโยชน์เกี่ยวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้หรือไม่ ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมฟอกเงินหรือไม่ การปล่อยให้ปัญหาขยายวงโดยไม่เร่งแก้ปัญหาเชิงรุกจะนำมาสู่ความเสี่ยงอย่างมากต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย รวมทั้ง ความไม่เป็นไปได้ในการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจในอนาคต

Advertisement

รศ.ดร. อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมากที่ไม่อยู่ภายใต้ระบบตลาดที่เป็นทางการ จึงทำให้รายได้และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเหล่านี้ไม่ได้นับรวมอยู่ในระบรายได้ประชาชาติ กิจกรรมทางเศรษฐกิจเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่นอกจีดีพี ไม่ได้เอามาคำนวณในจีดีพี จีดีพีจึงมีความคลาดเคลื่อนอยู่ไม่น้อย ทำให้การวางแผนทางเศรษฐกิจไม่เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด นอกจากนี้องค์การแรงงานระหว่างประเทศยังพบว่า ไทยยังมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่อยู่ภายใต้ระบบความคุ้มครองสภาพการทำงาน เป็นแรงงานนอกระบบที่ขาดหลักประกันในชีวิตและการคุ้มครองทางสังคม แรงงานเหล่านี้จะอยู่นอกระบบประกันสังคม นอกจากนี้ สังคมไทยยังมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือกิจกรรมทางสังคมที่ไม่อยู่ภายใต้การอนุญาตของกฎหมาย เป็นเศรษฐกิจนอกกฎหมายจำนวนมากและในระยะหลัง กลุ่มจีนเทา กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติจากเพื่อนบ้านได้เข้ามาฟอกเงิน ประกอบธุรกิจสีดำ ธุรกิจสีเทา ขยายกิจกรรมนอกกฎหมายหรือผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย หรือ ในบางพื้นที่ของไทย เช่น ค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน ค้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ค้าแรงงานทาส ค้าบริการทางเพศและเปิดบ่อนการพนัน เป็นต้น รัฐบาลต้องมียุทธศาสตร์การจัดการเศรษฐกิจนอกระบบและนอกกฎหมายเหล่านี้ ลดสัดส่วนเศรษฐกิจใต้ดินลงด้วยการนำเศรษฐกิจใต้ดินมาอยู่ในระบบ จะได้เก็บภาษีและกำกับดูแลได้ง่ายขึ้น

ประเภทที่มาของรายได้

เราสามารถจำแนกรายได้จากการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ออกได้เป็น 4 ประเภท ประเภทที่หนึ่ง คือ รายได้ที่อยู่ในตลาดอย่างเปิดเผยและได้มาอย่างถูกกฎหมาย ตรงนี้คือ รายได้จากเศรษฐกิจในระบบและเป็นไปตามกฎหมาย ประเภทที่สอง คือ รายได้ที่อยู่ในตลาดอย่างเปิดเผยและถูกกฏหมายแต่ไม่ได้ถูกบันทึกหรือรายงานเอาไว้ เช่น กิจการที่มีขนาดเล็กมากๆ ร้านหาบแร่แผงลอย หรือ การทำกิจการเล็กๆน้อยๆในครัวเรือน เป็นต้น ประเภทที่สาม รายได้ที่ไม่อยู่ในรูปของตัวเงิน เป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งของหรือแรงงานกันในระดับชุมชน ประเภทที่สี่ คือ รายได้ที่ได้มาจากเศรษฐกิจนอกระบบทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เช่น การพนัน ค้าประเวณี และ ยาเสพติด นอกจากนี้ยังมีกิจการหรือธุรกิจที่ผิดกฎหมายแต่เป็นผลมาจากการไม่ได้รับความสะดวกจากระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่หรือไม่ได้รับความสะดวกตามกลไกของรัฐ เช่น รถรับจ้างเถื่อน รถโดยสารประจำทางเถื่อน เป็นต้น

เศรษฐกิจนอกกฎหมายมักใช้ “เงินสด” เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ มูลค่าเศรษฐกิจนอกระบบรวมทั้งนอกกฎหมายของไทยมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 50% ของจีดีพี เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ใหญ่มากและติดลำดับต้นๆของโลก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยส่วนใหญ่ที่ทำการศึกษามูลค่าเศรษฐกิจของเศรษฐกิจนอกระบบทำกันในช่วงทศวรรษ 2550 จึงจำเป็นต้องมีการประเมินมูลค่าเศรษฐกิจนอกระบบกันใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ล่าสุด ซึ่งคาดว่ามูลค่ายังคงเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่กลุ่มทุนจีนเทาได้เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นล่ำเป็นสัน กิจกรรมเศรษฐกิจนอกระบบ 6 กิจกรรมประกอบไปด้วย การค้ายาเสพติด การค้าอาวุธสงคราม การค้าน้ำมันเถื่อน การค้าประเวณี การค้าแรงงานข้ามชาติและการพนัน มีสัดส่วนประมาณ 13% ของจีดีพี เศรษฐกิจนอกระบบและนอกกฎหมายมักมีขนาดใหญ่และขยายตัวในประเทศกำลังพัฒนามากกว่าในประเทศพัฒนาแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะประเทศเหล่านี้มักมีการบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอ มีการทุจริตคอร์รัปชันสูง มีติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐมาก

รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า ไทยตั้งเป้าหมายในการเข้าเป็นสมาชิกประเทศ OECD ฉะนั้น การเร่งสร้างเศรษฐกิจโปร่งใสมีธรรมาภิบาลมีความสำคัญ ธรรมาภิบาลของระบบเศรษฐกิจก็จะช่วยดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน การยกระดับมาตรฐานดังกล่าว จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน ต้องปฏิรูป เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน OECD OECD นั้นมีการกำหนดมาตรฐานทางการเงินและเศรษฐกิจหลากหลาย เช่น มาตรฐานธรรมาภิบาล มาตรการคุ้มครองนักลงทุนและผู้บริโภค ตลาดการเงินมั่นคง มาตรฐานการจัดการความเสี่ยงจากการฉ้อโกงและหลอกลวง ความเสี่ยงเรื่องสิ่งแวดล้อม นโยบายภาษีที่เป็นธรรม เป็นต้น หากในอนาคตประเทศไทยจะมีนโยบายเปิดให้มี “คาสิโน” ถูกกฎหมายต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นแหล่งในการฟอกเงินหรือเป็นแหล่งของการกระทำผิดกฎหมายและศีลธรรม เป็นหน้าที่ของ “รัฐ” และ “สังคม” ต้องช่วยกันกำกับดูแลตรงนี้ให้ดี ประเทศที่สามารถดำเนินการได้โดยไม่มีปัญหา คือ ประเทศที่มีมาตรฐานธรรมาภิบาลภาครัฐดีอย่างสิงคโปร์ ส่วนประเทศที่มีมาตรฐานธรรมาภิบาลภาครัฐต่ำแบบกัมพูชา แบบเมียนมา เราจะเห็นได้ว่า “คาสิโน” กลายเป็นแหล่งในการฟอกเงินและมีขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติเข้าไปเกี่ยวข้อง