หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.มั่นใจส่งอ...

พณ.มั่นใจส่งออกปี68 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขยับโต10.4% เฉียด11ล้านล้านบาท

27.10.25 | 15:06 น.

พณ.มั่นใจส่งออกปี68 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขยับโต10.4% เฉียด11ล้านล้านบาท หลัง 9 เดือนบวกเกินเป้าแตะ 13.9%

วันที่ 27 ตุลาคม นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนกันยายน 2568 มีมูลค่า 30,970 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 19% เป็นอัตราขยายตัวสูงสุดรอบ 42 เดือนนับจากเมษายน 2565 หากหักสินค้าเกี่ยวกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 15.7 % ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 29,695.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 17.2 % และไทยได้ดุลการค้า 1,275.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ 9 เดือนแรก 2568 ไทยส่งออกรวม 254,146.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 13.9 % นำเข้ารวม 254,575.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 11.9% ไทยขาดดุลรวม 429.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการส่งออกเดือนกันยายนขยายตัวได้ดี จากกลุ่มอุตสหกรรมที่ขยายตัว 26.4% อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ รถยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ หม้อแปลงไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 8.1% ขณะที่ตลาดส่งออกส่วนใหญ่ยังขยายตัว โดยเฉพาะสหรัฐ ขยายตัวถึง 35.3% จีนขยายตัว 3.2% ญี่ปุ่น 6.2 % ยุโรป 11.9 % อาเซียน 20.4 %

“จากภาพรวมการส่งออกที่ดีขึ้น สะท้อนถึงความกังวลเรื่องภาษีตอบโต้นำเข้าของสหรัฐคลี่คลายลงและจากนี้จะมีความชัดเจนขึ้น ผู้ประกอบการมีปรับตัวและมีความสามารถในการแข่งขันได้ รวมถึงการนำเข้าสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมและอิเลคโทรนิกส์ขยายตัว สนค.จึงมองว่าทิศทางการส่งออกในไตรมาส 4 ยังมีโอกาสขยายตัว คาดต่อเดือนมีมูลค่าเฉลี่ย 2.5-2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ขยายตัวเดือนละ 4`% เทียบเดือนเดียวกันปีก่อน รวมกับ 9 เดือนแรกขยายตัวแล้ว 13.9 % จะส่งผลให้การส่งออกทั้งปี 2568 จากเดิมกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าขยายตัว 2-3% เพิ่มเป็น 9.4-10.4 % เป็นมูลค่ารวม 329,146-332,146 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินบาท 10.53-10.67 ล้านล้านบาท ถือเป็นการส่งออกที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และการขยายตัวทั้งปีกลับมาทำสถิติขยายตัวมากสุดในรอบ 4 ปี เช่นเดียวกับไทยอาจกลับมาได้ดุลการค้าอีกครั้งในรอบ 4 ปีด้วย“ นายนันทพงษ์ กล่าว

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2568 คาดว่าจะยังคงขยายตัว แม้จะอยู่ในอัตราที่ชะลอลง โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงสินค้าเกษตรแปรรูปและอาหารที่ยังคงมีความต้องการในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ มาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่สร้างแรงกดดันและความผันผวนต่อห่วงโซ่อุปทานโลก ความเสี่ยงจากภาวะชัตดาวน์ของสหรัฐฯ ที่อาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายหลายด้าน ทั้งการเจรจากับคู่ค้าเพื่อเพิ่มการนำเข้า เร่งปิดดีล FTA ที่อยู่ระหว่างเจรจา เข้มงวดการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าในกลุ่มเฝ้าระวัง รวมถึงสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการส่งออกที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ เดือนกันยายนไทยยังขาดดุลการค้ากับจีน 6,479 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 9 เดือนขาดดุลรวม 4.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการค้าไทย-สหรัฐ ไทยดุล 5,228 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 9 เดือนแรกได้ดุล 3.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

Advertisement

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มการส่งออกปี 2569 กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการทำทำข้อมูลประมวลผล รวมถึงประชุมหารือกับ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกหลัก หารือกับทูตพาณิชย์ทั่วโลก คาดว่าจะได้ข้อสรุปกลางเดือนธันวาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลการสรุปมาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับไทย รวมถึงสงครามการค้าสหรัฐ-จีน และค่าเงินบาท รวมถึงแนวโน้มความต้องการสินค้าเกษตรในตลาดโลก ซึ่งขณะนี้สินค้าเกษตรราคาต่ำและการแข่งขันโลกรุนแรงมาก รวมถึงสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากผู้นำ 2 ประเทศ ไทย-กัมพูชา ลงนามในประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาเพื่อสันติภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นส่งออกทองคำไปกัมพูชา พบว่า เดือนกันยายน ลดลงมากถึง 76% จากเดือนสิงหาคมที่บวก 30.4`% ซึ่งทูตพาณิชย์กัมพูชา ระบุว่า ผลจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อในกัมพูชาลดลง และลดการนำเข้าในทุกประเทศ ทั้งจากสิงคโปร์ ฮ่องกง