หน้าแรก เศรษฐกิจ รมว.ดีอี ไม่ร...

รมว.ดีอี ไม่รู้ นักการเมือง ช. เอี่ยวสแกมคือใคร แต่ไม่ใช่ ‘ไชยชนก’ ปูดหลักฐานสินบน 40 ล. โยงหน่วยงานอื่นด้วย

27.10.25 | 18:37 น.

รมว.ดีอี ขอบคุณมีพยานส่งข้อมูลสินบน 40 ล้าน มาให้เพิ่มเติม ระบุยังมีหลักฐานขยายถึงหน่วยงานอื่นด้วย ส่วน ดีอียุคก่อน จะมีปมสินบนหรือไม่ อยู่ระหว่างสอบสวน ส่วน นักการเมือง ช.เอี่ยวสแกมเมอร์คือใคร ไม่แน่ใจ แต่ไม่ใช่ ’ไชยชนก’ แน่นอน ย้ำนายกฯ ก็บอกแล้ว เจอใครก็ต้องจับ เชื่อจะเป็นไฟให้ตำรวจกล้าดำเนินการทุกรูปแบบ ไม่กังวลถูกร้อง – ปรับ ครม. หากมีชื่อ รมต.เอี่ยวอีก เพราะเป็นวาระแห่งชาติ ใหญ่กว่าเรื่องของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงคดีพยายามติดสินบน 40 ล้านบาท เพื่อชะลอปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่า หลังจากตนแจ้งความไปแล้ว ทราบว่ามีการขยายผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่หลายท่านมองเห็นถึงความพยายามของตนที่ตั้งใจจัดการเรื่องสินบนนี้ พร้อมกับมีการส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาให้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยเฉพาะในส่วนรายชื่อตามข้อมูลที่ได้มา จะมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับรายชื่อที่คณะกรรมการของกระทรวงตรวจสอบอยู่หรือไม่

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า คดีนี้กองปราบอยู่ระหว่างสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นตรวจสอบแล้วเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 144 (ให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ) และส่งสำนวนการสอบสวนไปให้ทาง ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว

ซึ่งที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนมีการสอบปากคำพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ไว้แล้วทั้งหมด แต่เนื่องจากระยะเวลาค่อนข้างจำกัด จึงยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้มาก โดยรายชื่อบุคคลต่างๆ ส่งไปให้ ป.ป.ช.นั้นยอมรับว่ามีตัวละครที่เคยถูกเอ่ยถึงตามรายงานข่าวด้วย

ขณะที่นายไชยชนกยังระบุด้วยว่า กรณีเงินสินบนของกระทรวงดีอีเกิดขึ้นในยุคของตนนั้น จะมีการเชิญรัฐมนตรียุคก่อนมาร่วมให้ข้อมูลด้วยหรือไม่นั้นคงยังตอบไม่ได้ แต่อาจจะต้องเชิญในทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยืนยันว่าต้องตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกให้ครอบคลุม โดยในส่วนของพยานหลักฐานของทางตำรวจ ทราบว่ากระบวนการนี้มีการกระจายไปถึงหน่วยงานอื่นๆ ร่วมด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม

Advertisement

ต่อมา นายไชยชนก ยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยว่า มีนักการเมืองอักษรย่อ ช. เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์กัมพูชา ว่า ตนเรียนตามตรงว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นคนไหน แต่ไม่น่าใช่ ‘ไชยชนก’ แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อยู่ในกระบวนการการตรวจสอบ ซึ่งตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้บอกไว้ว่าให้ดำเนินการเต็มที่ หากเจอใครต่อให้เป็นนายอนุทินก็ต้องจับ ตนก็เชื่อว่ามันจะส่งผลให้เจ้าหน้าที่พร้อม และกล้าจะดำเนินงานในทุกรูปแบบ ซึ่งจะต้องรอติดตามชมในส่วนที่กำลังดำเนินการอยู่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ที่มีบางฝ่ายพยายามเชื่อมโยงรัฐมนตรีบางคนเชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ นอกจากกรณีของ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ และนำไปสู่การร้องให้ตรวจสอบ นายไชยชนกระบุว่า ตนกังวล แต่ไม่ใช่เรื่องว่าจะถูกร้องหรือไม่ เพราะตนกังวลเรื่องนี้ที่เป็นวาระแห่งชาติ และเป็นวาระของโลก ซึ่งไม่ว่าจะมีอยู่ในรัฐบาลหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการ

นายไชยชนกกล่าวต่อว่า ไม่ได้กังวลว่าจะถูกร้อง เพราะหากมีจริงแล้วเราเจอก็สมควรต้องถูกร้อง และดำเนินคดีอย่างเต็มที่ โดยตอนที่ตนเดินทางไปลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ตนก็ได้ประกาศออกไปในเวทีโลกว่า เราจะดำเนินการตามกฎหมายในเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจะต้องรวมถึงฝ่ายการเมืองด้วย แต่ส่วนที่กังวลคือ เราจะสามารถเข้าไปถึงต้นตอและเจอทั้งหมดได้หรือไม่ แต่เรื่องนี้ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายอื่นก็เป็นเรื่องที่ต้องกังวลอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องนี้จะถูกนำไปร้องเรียน และจำเป็นต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่นั้น นายไชยชนกกล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าจะต้องปรับ ครม.ชุดใหม่หรือไม่ แต่หากต้องรีเซตก็ต้องรีเซต เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าเราทุกคน ใหญ่กว่า ครม. และใหญ่กว่ารัฐบาล เพราะเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเราได้รับรายงานมาเสี้ยวเดียวจากความเสียหายจริง และยังมีประชาชนอีกเยอะที่ไม่ได้รายงานมา เพราะไม่รู้ว่าถูกโกง หรือรู้แล้วแต่ยอมรับชะตากรรม เพราะเชื่อว่าไม่สามารถจะต่อสู้ได้ ฉะนั้นความเสียหายจริงน่าจะมากกว่านี้เยอะ ถ้าเราสามารถหยุดเรื่องนี้ได้ เศรษฐกิจประเทศจะเป็นอย่างไร

“เรื่องนี้มันใหญ่กว่าเราทุกคน ใหญ่กว่ารัฐบาล” นายไชยชนกกล่าวทิ้งท้าย