เศรษฐกิจไทย ความไม่แน่นอนสูง แค่คนละครึ่งพลัสไม่พอกระตุ้น อสังหาฯหวังรัฐอัดมาตรการต่อเนื่อง
นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงเติบโตแต่เป็นแบบชะลอตัว เนื่องจากในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี ได้มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ ทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งโครงการคนละครึ่งพลัสที่จะเริ่มใช้วันที่ 29 ตุลาคมถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะสร้างแรงกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยได้ แต่แค่ระยะสั้นๆ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวภาพรวมทั้งปีนี้ คงไม่ถึงเป้า 35 ล้านคน แต่เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น จึงน่าจะยังคงมีความคึกคัก แม้ว่าจะไม่มีการทำกิจกรรมใหญ่ๆ ส่วนการส่งออกเริ่มชะลอตัวตั้งแต่ครึ่งปีหลัง เพราะจากภาษีทรัมป์ทำให้มีการโหมส่งออกในครึ่งปีแรกไปแล้ว ประกอบกับยังได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่า
“มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 โตประมาณ 2.2% ส่วนปี 2569 จะโต 1.6% ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้คาดการณ์ไว้ เพราะปัจจัยลบยังอยู่ ทำให้เศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งการส่งออกที่ชะลอตัว กระทบภาคการผลิตและการจ้างงาน ขณะที่การท่องเที่ยวยังไม่รู้จะเข้าเป้า 36 ล้านคนหรือไม่ หลังนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย ด้านการลงทุนภาครัฐยังไม่มีอะไรใหม่ รวมถึงปัจจัยทางการเมืองยังมีความไม่แน่นอน ดังนั้นรัฐบาลต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จับต้องได้ในช่วง 4 เดือนนี้ เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ”นายอิสระกล่าว
นายอิสระกล่าวว่า สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีไม่นับช่วงโควิดปี 2564 โดยปกติจะเป็นช่วงที่ตลาดเติบโตกว่า 10% เนื่องจากเป็นไฮซีชั่น แต่ด้วยเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว ส่งผลให้ตลาดอสังหาฯชะลอตัวตามไปด้วยในครึ่งปีแรก แต่หลังรัฐบาลมีมาตรกระตุ้นออกมา ทั้งลดค่าโอนและจำนอง 0.01% ผ่อนคลายมาตรการ LTV รวมถึงอัตราดอกเบี้ยขาลง จึงคาดว่าไตรมาส 3 และ 4 จะเริ่มดีขึ้น แต่ถ้าดูภาพรวมทั้งปียังไม่ฟื้นตัว สะท้อนจากตัวเลขการเปิดตัวใหม่ไม่ถึง 50,000 ยูนิต ต่ำสุดในรอบ 15 ปี
ทั้งนี้คาดหวังรัฐบาลใหม่จะมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯออกมาเพิ่ม ตามที่ 3 สมาคมอสังหาฯได้เสนอไปแล้ว เช่น ลดค่าโอนและจำนอง 0.01% ทุกระดับราคา,ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 50% เป็นเวลา 1-2 ปี, มาตรการการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย(มอร์ทเกจการันตี),นโยบายการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้ (Risk-Based Pricing) เป็นต้น

