ค้าภายใน รับลูก ‘อนุทิน’ ปูพรมเช็กราคาเสื้อผ้าสีดำ สกัดข้อถกเถียงกำชับปิดป้าย ดึงร้านอาหารธงฟ้ารับ ‘คนละครึ่ง’ พรุ่งนี้ นำร่อง 1,500 ร้าน
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม เวลา 15.30 น. นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (DIT) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามร้านค้าปลีกจำหน่ายชุดและเสื้อผ้าดำย่านท่าน้ำนนท์ ว่า จากสถานการณ์ที่ประชาชนทั่วประเทศพร้อมใจร่วมถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่งผลให้ความต้องการจัดหาชุดดำและเสื้อผ้าโทนไว้ทุกข์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมการค้าภายในออกติดตามสถานการณ์ด้านราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือกักตุนสินค้า พร้อมกำชับให้ดูแลให้มีสินค้าเพียงพอและจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม

นายวิทยากร กล่าวว่า ตั้งแต่วันเสาร์ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา กรมได้วางแผนจัดการ โดยพูดคุยกับโรงงานผู้ผลิตรายใหญ่และเช็กสต๊อกกับห้างค้าส่งค้าปลีก ซึ่งผู้ผลิตรายใหญ่ช่วงแรกอาจขลุกขลักเล็กน้อย เนื่องจากไม่ได้เตรียมตัว แต่ตอนนี้สถานการณ์ของโรงงานผู้ผลิตมีความพร้อมแล้ว ในส่วนห้างโมเดิร์นเทรดใหญ่มีสต๊อกของสินค้าอยู่แล้วและพร้อมจำหน่ายได้ทันที นอกจากนี้ กรมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แหล่งค้าส่งขนาดใหญ่ตรวจสอบปริมาณและราคาจำหน่ายชุดดำและผ้าสีดำ ได้แก่ ประตูน้ำ โบ๊เบ๊ สำเพ็ง พาหุรัด รวมถึงย่านท่าน้ำนนท์ จังหวัดนนทบุรี พบว่า มีการจำหน่ายในราคาปกติ และมีการแข่งขันด้านราคาสูง มีสินค้าเพียงพอ โดยกำชับทุกร้านค้าปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน
“อย่างไรก็ตาม มีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนบางส่วน กรณีแรกเกี่ยวกับราคาส่ง-ราคาปลีกที่แตกต่างตามจำนวนที่ซื้อ ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วกรณีนี้เป็นไปตามปกติของระบบการค้า อีกกรณีเรื่องราคาของผ้าที่ซื้อจำนวนมากกับซื้อจำนวนน้อย ซึ่งราคาต่างกันตามคุณภาพและต้นทุน จึงกำชับให้ผู้ประกอบการต้องแสดงราคาจำหน่ายทุกประเภท เพื่อให้โปร่งใสและเป็นทางเลือกให้ประชาชนตัดสินใจ” นายวิทยากรกล่าว

นายวิทยากร กล่าวถึงการจำหน่ายผ่านออนไลน์ กรมฯจัดชุดติดตามพิเศษตรวจสอบด้วย เนื่องจากมีการจำหน่ายสินค้าทั้งจากในประเทศและนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งราคามีความหลากหลายขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้า โดยกรมฯจะกำกับดูแลไม่ให้มีการใช้คำโฆษณาหรือบอกราคาที่หลอกลวงผู้บริโภค ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือในช่วงเวลาที่ประชาชน มีความต้องการสินค้าเพื่อถวายความอาลัย โดยกรมใช้หลักกฎหมายอย่างเคร่งครัดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 หากผู้ประกอบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาตามมาตรา 28 มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสูงเกินสมควรเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 29 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชนซื้อสินค้าแล้ว ไม่ได้คุณภาพ ไม่ตรงปก หรือ พบเห็นการเอาเปรียบด้านราคา แจ้งสายด่วน 1569 ได้ทันที กรมจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

นายวิทยากร กล่าวถึงมาตรการลดค่าครองชีพผ่านโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ซึ่งจะเริ่มวันพรุ่งนี้ 29 ตุลาคม กรมเตรียมความพร้อมแล้ว ซึ่งกรมได้เก็บข้อมูลราคาจำหน่ายสินค้า และขอความร่วมมือร้านจำหน่ายชุดดำทุกราย ให้งดปรับขึ้นราคาหลังเริ่มโครงการคนละครึ่งและให้จำหน่ายในราคาที่เหมาะสมต่อเนื่อง นอกจากนี้มีแผนประสานร้านอาหารธงฟ้ากว่า 1,500 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้มีเมนูอาหารราคาประหยัดจำหน่ายแก่ประชาชน โดยกรมฯจะจัดหาวัตถุดิบสำคัญ เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ และผักสด ไปสนับสนุนเพื่อช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการและให้สามารถจำหน่ายอาหารคุณภาพดีในราคาพิเศษ และกรมจะเดินหน้าเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลดูแลทุกมิติของค่าครองชีพอย่างแท้จริง และจะไม่ยอมให้มีการฉวยโอกาสทางการค้าในช่วงเวลาที่คนไทยกำลังร่วมแสดงความอาลัยของแผ่นดิน


