หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดทำเลทองอส...

เปิดทำเลทองอสังหาฯ ต่างชาติสนใจซื้อ-เช่า แนวรถไฟฟ้าฮอต ‘ภูเก็ต-เชียงใหม่-พัทยา’ มาแรง

28.10.25 | 22:57 น.

เปิดทำเลทองอสังหาฯ ต่างชาติสนใจซื้อ-เช่า แนวรถไฟฟ้าฮอต ‘ภูเก็ต-เชียงใหม่-พัทยา’ มาแรง

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลสำรวจความต้องการที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติในพื้นที่กรุงเทพฯระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน 2568 จากผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นชาวต่างชาติ 446 คน เป็นนักธุรกิจ และคนที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย พบว่าให้ความสนใจจะอยู่อาศัยในเมืองใกล้รถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT ที่ทำงาน และมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ร้านอาหาร ศูนย์การค้า และโรงพยาบาล

โดย 3 ทำเลแรกนิยมเลือกซื้อหรือเช่า ได้แก่ อโศก-พร้อมพงษ์, รัชดา-พระราม 9 และสีลม-สาทร โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย 5 ประเทศแรกที่ตอบแบบสอบถามเป็นญี่ปุ่น สิงค์โปร์ อังกฤษ จีน และสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 46% ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม ที่เหลือ ได้แก่ ออสเตรเลีย พม่า ฝรั่งเศส อินเดีย เยอรมนี สวีเดน เกาหลีใต้ ไต้หวัน รัสเซีย และฮ่องกง เป็นกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 36-45 ปี คิดเป็น 49% อายุ 55 ปีขึ้นไป คิดเป็น 17% และ อายุ 25-35 ปี คิดเป็น 16% วัตถุประสงค์ในการอยู่อาศัยในประเทศไทย กว่า 67% เพื่อเข้ามาทำงานและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มีระยะเวลาในการอยู่อาศัยเฉลี่ย 5-10 ปี และ15% ต้องการมาอยู่อาศัยอย่างถาวรหลังจากเกษียณจากการทำงาน

นายประพันธ์ศักดิ์ กล่าวว่า นอกจาก 3 ทำเลในกรุงเทพฯ ยังพบชาวต่างชาติให้ความสนใจซื้อและเช่าที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัด ซึ่งภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา เป็น 3 จังหวัด ที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ รองจาก กรุงเทพฯ โดยสนใจภูเก็ต คิดเป็น 9% เชียงใหม่คิดเป็น 7% และ พัทยา คิดเป็น 5% ที่เหลือกระจายไปในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เกาะสมุย ระยอง หัวหิน ปทุมธานี เชียงรายและหาดใหญ่ เหตุผลมีทั้งเป็นแหล่งงาน อาทิ ในพื้นที่ระยอง ชลบุรี ที่ใกล้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ส่วนภูเก็ต เชียงใหม่ และ เกาะสมุย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทย เป็นทำเลที่ชาวต่างชาติ สนใจซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สองเพื่อการเกษียณอายุ โยส่วนใหญ่ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย จะเลือกการเช่ามากกว่าซื้อ เพราะมีระยะเวลาในการอยู่อาศัยเพียง 5-10 ปี ขณะที่กลุ่มที่ต้องการซื้อมีวัยทำงาน เกษียณอายุ และมีครอบครัวอยู่ในประเทศไทย

Advertisement

นายประพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า สำหรับประเภทที่อยู่อาศัยที่ชาวต่างชาติเลือกโดย 61% เลือกที่จะเช่าหรือซื้อ คอนโดมิเนียมมากกว่าบ้านพักอาศัยด้วยข้อจำกัดในการเป็นเจ้าของที่ดินของชาวต่างชาติในประเทศไทย ทำให้ชาวต่างชาติเลือกที่จะเช่าหรือซื้อ คอนโดมากกว่าบ้านพักอาศัย ส่วน 39% เลือกที่จะซื้อบ้านพักอาศัย เนื่องจากเป็นชาวต่างชาติที่มีครอบครัวเป็นคนไทย สามารถใช้สิทธิซื้อที่อยู่อาศัยประเภทบ้านพักอาศัยได้ โดยสนใจบ้าน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ด้านราคาที่อยู่อาศัยที่สนใจซื้ออยู่ที่ระดับราคาตั้งแต่ 3 ล้านบาทถึงไม่เกิน 10 ล้านบาท สำหรับห้องชุดขนาดตั้งแต่ 30-100 ตร.ม.แบบ 1-2 ห้องนอน และค่าเช่าเฉลี่ยที่ 10,000-30,000 บาทต่อเดือน โดยพื้นที่ภายในต้องมีการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน สิ่งที่น่าสังเกตคือชาวต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับโครงการที่เป็นแบบ Pet-Friendly เพราะไม่ได้นำสัตว์เลี้ยงมาอยู่ด้วยหรือไม่ต้องการภาระเพิ่มเติมในการดูแล

“จากผลการสำรวจจะเห็นได้ว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติในประเทศไทย จะให้ความสำคัญกับสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบทำเลที่พักอาศัย และ ให้ความสำคัญกับที่พักอาศัยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และ ต่างชาติ เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อที่อยู่อาศัย เมื่อเทียบกับกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัวจากความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทย จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการอสังหาฯที่จะพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์กับความต้องการของชาวต่างชาติ ในทำเลที่ตอบโจทย์กับความต้องการ เพื่อสร้างกำลังซื้อใหม่เข้ามาสู่ตลาด” นายประพันธ์ศักดิ์ กล่าว