ทดลองอยู่ก่อนซื้อ เทรนด์ใหม่อสังหาฯ ฝ่าวิกฤต ‘นายหน้าต่างชาติ’ สบช่องบุกตลาด
วันที่ 28 ตุลาคม นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ปัจจุบันโมเดลตลาดเช่าเป็นอีกทางเลือกของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่มีสต๊อกจำนวนมาก เพื่อสร้างรายได้ในภาวะตลาดที่กำลังซื้อคนไทยยังไม่ฟื้นตัว จึงต้องมองหาตลาดใหม่เพื่อดึงลูกค้าต่างชาติที่ต้องการเช่าระยะสั้นและใช้ชีวิตหลังเกษียณ และคาดว่าจะเป็นเทรนด์ของอสังหาริมทรัพย์ไทย เนื่องจากตลาดมีโอกาสเติบโต เพราะค่าครองชีพของประเทศไทยถูก และเป็นประเทศอันดับต้นๆที่ต่างชาติจะเลือกเป็นเซฟโซนหรือย้ายถิ่นฐาน จากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยโดย 75% เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัย อีก 25% เป็นตลาดเช่า จะแตกต่างจากต่างประเทศที่ส่วนใหญ่เป็นการเช่า เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น ทำให้มีนายหน้าต่างชาติ เช่น สิงคโปร์และไต้หวัน ที่มองเห็นโอกาส ได้มีการปรับกลยุทธ์จากเดิมเป็นนายหน้าเพื่อซื้อขาย ในช่วง 1-2 ปีนี้ เริ่มทำโมเดลการเช่าในตลาดประเทศไทย เริ่มจากการเช่าระยะสั้นประมาณ 3-6 เดือนหรือมีเดียมสเตย์ รองรับคนวัยเกษียณหรือชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในไทย โดยให้ทดลองอยู่ไปก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ
”วิธีการคือจะซื้อคอนโดประมาณ 30-60 ห้อง แล้วปล่อยเช่า 3-6 เดือน และมีให้ทำกิจกรรมด้วย คิดค่าเช่ารวมประมาณเดือนละ 50,000 บาท เหมือนมาลองใช้ชีวิตอยู่ก่อนแล้วค่อยซื้อ ซึ่งตามกฎหมายต่างชาติสามารถซื้อคอนโดในไทยได้ 49% อยู่แล้ว หรืออีกรูปแบบหนึ่งคือซื้อทาวน์เฮาส์ย่านใจกลางเมือง เช่น สุขุมวิท ซึ่งจะซื้อติดกันหลายหลัง และทำเป็นห้องพักให้เช่า รองรับต่างชาติที่มาทำงานหรือท่องเที่ยว ซึ่งมีหลากหลายสัญชาติ ไม่ว่าเอเชียและยุโรป“นายสุนทรกล่าว
นายสุนทรกล่าวว่า ทั้งนี้ตลาดต่างชาติถือเป็นอีกแรงขับเคลื่อนของตลาดคอนโดฯ ที่ยังคงเผชิญกับภาวะกำลังซื้อคนไทยอ่อนแอและการถูกปฎิเสธสินเชื่อสูง โดยเฉพาะกลุ่มไม่เกิน 2 ล้านบาทที่ถูกปฎิเสธสินเชื่อถึง 65-70% โดยลูกค้าจากประเทศจีน ไต้หวัน ยังเป็นตลาดหลัก ส่วนเมียนมาเริ่มซื้อในมูลค่าที่มากขึ้น ดังนั้นจึงเห็นผู้ประกอบการรายใหญ่ๆมีการกระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจใหม่ แต่รายกลางและเล็ก ในภาวะหนี้ครัวเรือนสูง กำลังซื้อใหม่ไม่ฟื้น ก็ต้องหาวิธีการเพิ่มรายได้ ลดสต๊อกคงค้าง รักษาสภาพคล่อง ซึ่งเกิดรายได้จากการเช่าจากลูกค้าต่างชาติ
ด้านศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) รายงานผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยปี 2568-2569 พบว่าการเช่าและการเช่าซื้อมีแนวโน้มได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากเป็นทางเลือกสำหรับกลุ่มที่งบประมาณไม่พอที่จะซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรายได้ปานกลาง-ล่างที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ทำให้ยังไม่สามารถเปลี่ยนจากการเช่ามาเป็นการซื้อได้
โดยผลสำรวจ 44% ให้เหตุผลงบประมาณไม่พอสำหรับการซื้อ และยังมีกลุ่มที่ต้องการที่อยู่อาศัยหลังที่สอง เพื่อความสะดวกในการเดินทาง แต่ยังไม่ต้องการซื้อขาด เนื่องจากไม่ต้องการภาระหนี้ระยะยาวเพิ่ม จึงวางแผนจะเช่าอยู่เพียงในระยะกลาง หรือต้องการจ่ายค่าเช่ารายเดือนต่ำกว่าค่างวดผ่อนชำระ เป็นต้น และราว 2 ใน 3 ของผู้ที่เช่าอาศัยอยู่หรือมีความต้องการเช่าอาศัย สนใจที่จะเปลี่ยนจากการเช่าคอนโด มาซื้อคอนโดในรูปแบบการเช่าซื้อแทนในช่วง 5 ปีข้างหน้า

