เปิดทำเล ‘ดาวรุ่ง-ดาวร่วง’ อสังหาฯ แนะทางรอดบ้านใหม่ขายอืด ต้องลดราคาลง 50%
วันที่ 29 ตุลาคม นายวสันต์ คงจันทร์ นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังเผชิญปัญหากำลังซื้อไม่พอ กู้แบงก์ไม่ผ่าน ราคาบ้านแพงสวนทางรายได้ที่ไปไม่ถึง วิธีเดียวที่จะขายบ้านใหม่ได้ ต้องลดราคาลงมา 50% โดยบ้านจัดสรรลดขนาดพื้นที่ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพฯต้องให้การพัฒนาโดยรอบสถานีรถไฟฟ้าในรัศมี 500 -800 เมตร ไม่ต้องทำที่จอดรถ ทำให้ราคาลดลงมา 50% ซึ่งปัจจุบันกำหนดให้ต้องมีที่จอดรถ 30% ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำ 30%นี้ ไปพัฒนาเป็นห้องชุดขายและลดราคาได้อีกห้องละ 30% เช่น ราคา 3 ล้านบาท เหลือ 2 ล้านบาท รวมถึงให้เช่าที่ดินรัฐระยะยาว 30-50 ปี ซึ่งจะถูกกว่าการซื้อที่ดินมาพัฒนาและสามารถลดราคาได้ถึง 50% เช่น จากตารางเมตรละไม่ถึง 1 แสนบาท เหลือ 5 หมื่นบาท ขณะที่ตลาดต่างชาติอาจจะขยายโควต้าซื้อคอนโดจาก 49% โซนพื้นที่ต่างชาตินิยมอยู่อาศัย เช่น ภูเก็ต พัทยา
นายวสันต์กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดอสังหาฯภูเก็ตดีทั้งจังหวัด ส่วนกรุงเทพฯและปริมณฑลเริ่มแผ่วเป็นระยะๆ โดยจังหวัดที่เริ่มแผ่วเป็นหัวมืองใหญ่ที่เคยบูมหลังน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 เช่น ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี เชียงใหม่ รวมถึงระยองและชลบุรี ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ส่วนโซนดาวรุ่ง เมื่อก่อนเป็นทำเลรถไฟฟ้า แต่ถ้าราคายังแพง โอกาสจะคึกคึกเหมือนเมื่อก่อนยาก แต่มีบางโครงการที่ยอดขายค่อนข้างดี เพราะจับลูกค้าได้ถูกทาง เช่น โครงการในเมืองเปิดขายตารางเมตรละ 1 แสนบาทหรือราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ย่านรังสิตที่ขายดี ส่วนทำเลที่รถไฟฟ้าไปไม่ถึงก็ถือว่าไกลเกินไปในการซื้อบ้าน เช่น เลยรังสิตคลอง6 พุทธมณฑสาย4 บางพลี บางบ่อ สุขสวัสดิ์ พระประแดง และโซนที่เลยบางใหญ่ไปแล้ว
ส่วนโซนที่ต่างชาตินิยม อย่างเมียนมาจะซื้อหรือเช่าอยู่รามคำแหง ศรีนครินทร์ ลำสาลี บางกะปิ ส่วนใหญ่เป็นเมียนมาชนชั้นกลาง ส่วนจีนจะอยู่ในย่านรัชดา-พระราม9 และใกล้โรงเรียนนานาชาติ เช่น กรุงเทพกรีฑา เชียงใหม่ ขณะที่อินเดียก็เริ่มเข้ามาซื้ออสังหาฯในประเทศไทยมากขึ้น โดยชอบโซนพัทยา มีทั้งซื้อเพื่อการอยู่อาศัย และเป็นบ้านพักตากอากาศหรือบ้านหลังที่สอง

