คต. ลุยขายข้าว เร่งเปิดออเดอร์ส่งออกไป จีน-ซาอุ-ยูเออี-ฮ่องกง
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการเพิ่มมูลค่าการส่งออก โดยเฉพาะการรักษาตลาดข้าวเดิม เช่น จีน ฮ่องกง และญี่ปุ่น พร้อมบุกตลาดใหม่ อาทิ ตะวันออกกลาง เช่น อิรัก ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้นนั้น ทางกรมได้มีการจัดทำแผนกิจกรรมส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ข้าวไทยของเดือนพ.ย. ดังนี้ 1.การเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ China International Import Expo (CIIE) 2025 ครั้งที่ 8 วันที่ 1-11 พ.ย. ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน งาน CIIE เป็นงานแสดงสินค้านำเข้าที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ จัดขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์จีน เพื่อส่งเสริมการนำเข้าและเป็นเวทีเจรจาธุรกิจระหว่างจีนและประเทศต่างๆ สำหรับกรมฯ เข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ด้วยจีนเป็นตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญของไทย โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า จีนเป็นตลาดนำเข้าข้าวรายใหญ่ของโลก แต่ละปีนำเข้าประมาณ 1-6 ล้านตัน ขณะที่ไทยส่งออกข้าวไปจีนประมาณ 440,000-750,000 ตัน/ปี ครองส่วนแบ่งการนำเข้าข้าวของจีนร้อยละ 23 รองจากเมียนมา และเวียดนาม สำหรับชนิดข้าวไทยที่ส่งไปจีนส่วนใหญ่เป็นข้าวขาว ข้าวหอมมะลิไทย และข้าวเหนียว
2.การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Foodex Saudi 2025 ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 2-7 พ.ย. ณ เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยงานดังกล่าวเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของซาอุดีอาระเบีย จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเวทีเจรจาธุรกิจและสร้างเครือข่ายทางการค้า และขยายโอกาสสู่ตลาดซาอุดีอาระเบียและกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง
นางอารดา กล่าวว่า สำหรับกรมฯ เข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรก โดยเห็นว่า ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ด้วยภูมิประเทศไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก จึงต้องนำเข้าข้าวจากต่างประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการข้าวในประเทศ ซึ่งแต่ละปีอยู่ที่ 1.7 ล้านตัน ขณะที่นำเข้าประมาณ 1.8 ล้านตัน/ปี แต่ละปีไทยส่งออกข้าวไปซาอุดีอาระเบียประมาณ 14,000-30,000 ตัน ครองส่วนแบ่งปริมาณการนำเข้าข้าวของซาอุดีอาระเบียร้อยละ 12 รองจากอินเดีย สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และเวียดนาม สำหรับชนิดข้าวไทยที่ส่งออกไปซาอุดีอาระเบียส่วนใหญ่ เป็น ข้าวหอมมะลิไทย รองลงมา ได้แก่ ข้าวนึ่ง และข้าวหอมไทย
3.การจัดกิจกรรมรับรองคณะผู้นำเข้าข้าวฮ่องกงเดินทางเยือนประเทศไทย ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 17-20 พฤศจิกายน ณ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครศรีธรรมราช และพัทลุง ซึ่งที่ผ่านมากรมฯ ได้นำคณะผู้นำเข้าข้าวฮ่องกงไปเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านการผลิตและการแปรรูปข้าวไทยในพื้นที่เพาะปลูกข้าวในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยมาโดยตลอด สำหรับปีนี้คณะผู้นำเข้าข้าวฮ่องกงสนใจจะเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านการผลิตและการแปรรูปข้าวทางภาคใต้ของไทย กรมฯ จึงมีแผนจะนำคณะผู้นำเข้าข้าวฮ่องกงไปศึกษาดูงานโรงสีข้าวในจังหวัดนครศรีธรรมราช รับฟังบรรยายเกี่ยวกับพันธุ์ข้าวของไทย ณ ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง และเข้าพบหารือสถานการณ์การค้าข้าวกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับผู้นำเข้าข้าวฮ่องกง และสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกข้าวที่สำคัญของโลก
ทั้งนี้ คณะผู้นำเข้าข้าวฮ่องกงที่มาเยือนประเทศไทยเคยได้รับรางวัล Best Import Performance of Thai Rice Award จากกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่เป็นพันธมิตรทางการค้าข้าวที่ดีของไทย และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่ทำให้ข้าวไทยยังคงครองส่วนแบ่งตลาดข้าวเป็นอันดับ 1 ในฮ่องกงมาอย่างยาวนาน โดยปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของตลาดฮ่องกง ครองส่วนแบ่งตลาดนำเข้าข้าวของฮ่องกงประมาณร้อยละ 60 ของปริมาณการนำเข้าข้าวของฮ่องกงที่นำเข้าปีละประมาณ 275,000 – 307,000 ตัน สำหรับชนิดข้าวไทยที่ส่งไปฮ่องกงประมาณร้อยละ 80 เป็นข้าวหอมมะลิไทย
4.งาน Thai SELECT Festival 2025 ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าและบริการที่มีศักยภาพของไทย ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และร้านอาหาร Thai SELECT หรือแนวคิด 5F ได้แก่ Food (อาหารและเครื่องดื่ม) Fight (ศิลปะมวยไทย) Festival (ศิลปวัฒนธรรมไทย) Film (ภาพยนตร์ไทยที่เน้นวัฒนธรรมไทยและวัตถุดิบอาหารไทย) และ Fashion (แฟชั่นโชว์ชุดผ้าไทย) โดยที่ผ่านมามีรัฐมนตีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานเปิดงาน
สำหรับกรมการเข้าร่วมงานปีนี้เป็นครั้งแรก โดยเห็นว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาคตะวันออกกลาง มีเมืองดูไบเป็นท่าขนถ่ายสินค้าหลัก และเป็น Re-exporter รายใหญ่ของโลกที่ส่งสินค้าต่อไปยังประเทศต่างๆ ทั้งในตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และแอฟริกา
ในส่วนจีนและฮ่องกงเป็นตลาดส่งออกข้าวของไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าข้าวไทย ดังนั้น การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวข้างต้นจึงเชื่อมั่นว่า จะช่วยส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีของข้าวไทยทั้งในด้านรสชาติ คุณภาพ มาตรฐาน และความหลากหลาย ให้ผู้บริโภคข้าวในจีน ฮ่องกง ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ระลึกถึงข้าวไทยเมื่อนึกถึงข้าว หรือ Think Rice Think Thailand ซึ่งจะช่วยรักษาและขยายส่วนแบ่งตลาดข้าวและกระตุ้นการส่งออกข้าวไทยไปยัง 4 ตลาดให้เพิ่มขึ้น และส่งผลให้การส่งออกข้าวไทยในปี 2568 เป็นไปตามเป้าหมาย 7.5 ล้านตัน และสามารถติดตลาดอย่างต่อเนื่องในระยะยาวตามนโยบายของรัฐบาล

