หน้าแรก เศรษฐกิจ ม.หอค้า เผยลอ...

ม.หอค้า เผยลอยกระทง68 ไม่คึกคัก คาดเงินสะพัด 9.6 พันล. ต่ำสุดรอบ 10 ปี-จี้รัฐเพิ่มร้านค้าคนละครึ่ง 

30.10.25 | 13:51 น.

ม.หอค้า เผยลอยกระทง68 ไม่คึกคัก คาดเงินสะพัด 9.6 พันล. ต่ำสุดรอบ 10 ปี ส่วนคนละครึ่งวันแรกกล่อย จี้รัฐเพิ่มร้านค้า 

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรม และการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงวันลอยกระทงปี 2568 ว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ 66.2% บอกว่าวางแผนไปลอยกระทง 33.2% ไม่ลอยและ 0.6% ไม่แน่ใจ

ผู้ตอบว่าไปลอยกระทงส่วนใหญ่ 38.3 % เน้นการทำบุญและอุทิศส่วนกุศลและ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ,19% เป็นประเพณี ,17.9% เพื่อขอพร ,15.4 %ได้เงินโครงการคนละครึ่งพลัส บัตรสวัสดิการเพิ่ม และ 9.4 % เพื่อคลายเครียด โดยคนส่วนใหญ่วางแผนไปลอยที่แม่น้ำ คลอง รองลงมาคือ สวยสาธารณะ บึง ,วัด ร้านอาหารและตลาดน้ำ

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ส่วนคนที่ตอบว่าไม่ไปลอยกระทง ส่วนใหญ่ 47.5% ตอบว่าอยู่ในช่วงของการไว้ทุกข์และโศกเศร้า ,16.9% ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย, 15.9% เศรษฐกิจไม่ดี, 12.9% มีหนี้มาก และ 6.8 % รายได้ไม่แน่นอน

นายธนวรรธร์กล่าวถึงพฤติกรรมการใช้จ่าย ของผู้บริโภคในวันลอยกระทงในปีนี้ว่า 63.8% บอกว่ามีการวางแผนการใช้จ่าย และ36.2% ไม่ได้วางแผน โดยคนส่วนใหญ่ใช้จ่ายเป็นเงินสด รองลงมาคือ Mobile Banking , บัตรเครดิต และ e-Wallet เป็นต้น โดยกิจกรรมการที่คนส่วนใหญ่จะทำในเทศกาลลอยกระทงคือ ไปลอยกระทง ทานอาหารนอกบ้าน เที่ยวชมสถานที่จัดงาน ไปซื้้อของ ไปทำบุญ  และเที่ยวต่างจังหวัดเป็นต้น

Advertisement

ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าการใช้จ่ายในเทศกาลลอยกระทงปีนี้เทียกับปีก่อนพบว่าคนส่วนใหญ่ 49.2% ใช้จ่ายเท่าเดิม ,27.9% ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และ 21.8 %ใช้ลดลง โดยคนที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพราะสินค้าราคาแพงขึ้น ได้รับเงินโครงการคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการ และเพื่อน้อมส่งเสด็จ  ขณะที่คนที่ใช้จ่ายน้อยลง เพราะ เป็นช่วงไว้ทุกข์ โศกเศร้า, ราคาสินค้าแพงขึ้น และ ต้องการประหยัด เป็นต้น

“คนส่วนใหญ่ 61.6% ตอบว่าลอยกระทบปีนี้คึกคักน้อยกว่าปีก่อน ยอดการใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ2,212 บาท ลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 2,449บาท คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบ ราว 9,677 ล้านบาท หดตัว 6.5 % จากปีก่อนที่มูลค่า10,355 ล้านบาท ถือว่าเป็นการขยายตัวติดลบครั้งแรกในรอบ 4 ปี ขณะที่ตัวเลขมูลค่าการใช้จ่ายปีนี้ยังต่ำสุดในรอบ10ปีอีกด้วย”

นายธนวรรธน์กล่าวว่า แม้ว่าลอยกระทงปีนี้เงินจะสะพัดลดลง แต่ภาพรวมคนไทยยังมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมลอยกระทง แต่ลอยในบรรยากาศที่เหมาะสม ในรูปแบบความรื่นเริงที่ลดลงทำให้การใช้จ่ายเป็นไปตามกรอบที่เหมาะสม ทั้งนี้เมื่อถามว่าจะมีการนำเงินจากโครงการคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้จ่ายช่วงลอยกระทงหรือไม่ คนส่วนใหญ่ 75.1% บอกว่าใช้ , 20.1% ไม่ใช้ และ4.8 % ไม่แน่ใจ และเมื่อถามว่าโครงดังกล่าวจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 หรือไม่คนส่วนใหญ่ตอบว่ามีส่วนช่วย

แต่เมื่อพิจรณาจากข้อมูลของรัฐบาลที่ระบุว่าวันแรกของการใช้จ่ายคนละครึ่งพลัส มีประชาชนใช้สิทธิ 3 ล้านคน  ใช้จ่ายรวมราว 750 ล้านบาทนั้น ถือว่าเป็นยอดการใช้จ่ายที่น้อยมาก เฉลี่ยวันละ 250 บาท/คนเท่านั้น ชี้ให้เห็นว่าส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่านั้น ยังไม่สามารถจูงใจให้คนใช้จ่ายมากกว่าปกติเพื่อเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากปัญหาร้านค้าเข้าร่วมโครงการน้อย ล่าสุดพบว่ามีเพียง 6 แสนราย คิดเป็นเพียง 20% จากจำนวนเอสเอ็มอีทั้งประเทศที่มีกว่า 3 ล้านราย ดังนั้นรัฐบาลควรเปิดลงทะเบียนร้านค้าเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติมให้มากขึ้น เพื่อให้โครงการนี้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง และช่วยประครองจีดีพีปีนี้ให้เติบโตได้ ในอัตราราว 2%

ส่วนคำอธิษฐานลอยกระทบปีนี้ ส่วนใหญ่คือขอส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย รองลงมาคือ ขอให้ในหลวงรัชกาลที่10 พระราชินีในรัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์มีพระพลานามัยแข็งแรง ,ขอให้มีเงินทองไหลมาเทมา กิจการเจริญรุ่งเรือง เศรษฐกิจดี ขอให้ตนเองและครอบครัวมีความสุข สุขภาพดี เป็นต้น