คนละครึ่งพลัส 2 วัน ใช้จ่ายทะลุ 3.1 พันล้านบาท ร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 7.2 แสนราย
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม กระทรวงการคลังอัพเดตข้อมูลร้านค้าและการใช้สิทธิโครงการ คนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นข้อมูล ณ เวลา 15.00 น. และเวลา 17.00 น. พบว่า ยอดใช้จ่ายตลอด 2 วันมากกว่า 3.1 พันล้านบาท
โดยมียอดใช้จ่ายรวม 3,181,265,353 บาท (ณ เวลา 17.00 น.) ในจำนวนนี้ แบ่งเป็น เงินที่ประชาชนจ่ายเอง 1,575,868,956 บาท และเงินที่รัฐบาลร่วมจ่ายทั้งสิ้น 1,605,396,397 บาท และมีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและผ่านการตรวจสอบช้อมูลแล้ว 728,092 ราย

อย่างไรก็ดี ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า มาตรการคนละครึ่งพลัส ล่าสุดมียอดใช้จ่ายแล้ว 2,200 ล้านบาท เป็นแรงหนุนเศรษฐกิจไตรมาส 4 ทำให้มีโอกาสโตได้เกิน 1% ต่อปี ทั้งนี้ สศค.ได้ปรับประมาณการอัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจของไทย ในปี 2568 เป็นขยายตัวได้ 2.4% ต่อปี จากเดิมคาด 2.2% จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล-คนละครึ่งพลัส พร้อมประเมินว่าเศรษฐกิจปี 2569 จะขยายตัวได้ 2% ต่อปี
สำหรับโครงการ คนละครึ่งพลัส ประชาชนเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00-23.00 น. ผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ซึ่งจะได้รับวงเงินสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการที่กำหนดในอัตราร้อยละ 50 ทั้งนี้ ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน แต่ไม่เกินจำนวนวงเงินสิทธิที่กำหนด
โดยประชาชนผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเฉพาะแบบ ภ.ง.ด. 90 ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 95 ในปีภาษี 2567 จะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,400 บาทต่อคน และประชาชนทั่วไปจะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาใช้จ่ายของโครงการ

ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิจะต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว จะถือว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ และถูกตัดสิทธิทันที
นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ
ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการผ่านแอพพ์ “เป๋าตัง” โดยสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เวลา 06.00-21.00 น. ซึ่งมีผู้ให้บริการ Food Delivery Platform เข้าร่วม 4 ราย ได้แก่ (1) บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด (Grab) (2) บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด (Lineman) (3) บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด (ShopeeFood) และ (4) บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (Robinhood)
ในฝั่งผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจและมีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการฯ กำหนด สามารถทยอยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงการฯ จะเปิดให้ร้านค้าเริ่มรับชำระเงินจากประชาชนผ่านแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ได้ในวันที่ 29 ตุลาคม 2568 และร้านค้ายังสามารถลงทะเบียนได้จนกว่ากระทรวงการคลังจะปิดรับสมัครร้านค้าในวันที่ 19 ธันวาคม 2568

