เกษมราษฎร์ ทุ่ม 6 พันล้าน ลงทุน 4 โรงพยาบาล-แตกไลน์ธุรกิจบุกตลาดอาหารเสริม
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายกันตพร หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด(มหาชน) หรือ BCH ผู้ดําเนินกิจการโรงพยาบาลเอกชน เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีโรงพยาบาลอยู่ 16 แห่ง มีแผนจะขยายให้ครบ 20 แห่ง ภายในปี 2571-2572 โดยวางแผนจะลงทุนก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ 4 แห่ง ใช้เงินลงทุนรวมกว่า 5,000-6,000 ล้านบาท ได้แก่ 1.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เงินลงทุน 1,650 ล้านบาท เริ่มการก่อสร้างแล้ว จะเสร็จในปี 2571 2.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ระยอง เงินลงทุน 1,480 ล้านบาท จะเริ่มการก่อสร้างภายในปี 2568 แล้วเสร็จในปี 2571 3.โรงพบาบาลเวิลด์ เมดิคอล พัทยา บนถนนสุขุมวิท มูลค่าลงทุน 2,000-3,000 ล้านบาท จะเริ่มการก่อสร้างในปี 2569 แล้วเสร็จในปี 2572 ส่วนอีก 1 แห่ง อยู่ระหว่างการพิจารณาพื้นที่ โดยที่สุวรรณภูมิและระยอง จะรองรับกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปและกลุ่มประกันสังคม ส่วนที่พัทยาจะเป็นรองรับลูกค้ากลุ่มอินเตอร์ฯ ส่วนการลงทุนในต่างประเทศ มีแผนจะเข้าไปลงทุนในประเทศลาวตอนใต้ เช่น ปากเซ จากปัจจุบันมี 1 แห่ง ที่เวียงจันทน์
“แต่ละแห่งจะทยอยดำเนินการเป็นเฟส โดยเฟสแรกขนาด 150 เตียง และสามารถขยายได้เต็มพื้นที่ที่ 200-300 เตียง ซึ่งโรงพยาบาททั้ง 4 แห่ง จะเสริมความแข็งแกร่งด้านรายได้ให้กลุ่มบริษัทให้เติบโตอย่างยั่งยืน หรือเติบโตอย่างน้อยปีละ 10-12% จากปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยปีละ 12,000 ล้านบาท โดย 30-40% เป็นรายได้กลุ่มประกันสังคม เงินสด 60-70% ซึ่งในนี้เป็นผู้ป่วยใช้ประกัน 50% อีก 5-7% เป็นผู้ป่วยต่างชาติ เช่น กลุ่มตะวันออกกลาง พม่า ลาว รักษาโรงกระดูก มะเร็ง สมอง ส่วนปี 2569 คาดว่าจะมีรายได้แตะ 13,000 ล้านบาท เนื่องจากโรงพยาบาลยังเป็นธุรกิจที่เติบโตทุกปี ”นายกันตพรกล่าว
นายกันตพรกล่าวว่า นอกจากนี้บริษัทได้ขยายธุรกิจสู่ธุรกิจอาหารเสริม โดยจะเปิดตัวต้นปี 2569 หลังจากเมื่อปลายปี 2567 บริษัทได้เข้าลงทุนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNPS ผู้ผลิตอาหารเสริมสมุนไพรไทย พร้อมกันนี้ยังมีแผนจะคอแลบส์กับร้านอาหารสุขภาพชื่อดังอยู่ในตลาดหลักทรพัย์ เปิดตัวธุรกิจอาหารเสริม การที่บริษัทเข้ามารุกธุรกิจนี้ เนื่องจากตลาดมีการเติบโตสูงมาก ซึ่งปี 2568 มีมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท และปี 2569 คาดว่ามูลค่าจะแตะ 90,000 ล้านบาทและอาจจะถึง 100,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มโปรตีนและไฟเบอร์ โปรไบโอติก ที่มีการขยายตัวสูงสุด

