กาแล็กซี่ รีสอร์ต – เมื่อพูดถึงจุดขายหลักของประเทศไทย นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมักนึกถึงความงดงามของวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ และอาหารรสเลิศ ที่สร้างแรงดึงดูดให้ผู้คนต้องมาเช็กอินสัมผัสประสบการณ์อย่างใกล้ชิด
แต่ภาพลักษณ์สวยงามเหล่านี้กำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ เพราะในปี 2568 ภาคการท่องเที่ยวไทยกลับมีจำนวนผู้มาเยือนต่างชาติลดลงอย่างต่อเนื่องจากหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลด้านความปลอดภัย และค่าครองชีพที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในเอเชีย เช่น มาเก๊า ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ ที่ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังโควิด-19
ที่ผ่านมา ภาครัฐได้พยายามออกแผนกระตุ้นหลากหลายทาง ไม่ว่าจะเที่ยวเมืองรอง เที่ยวคนละครึ่ง แต่อีกหนึ่งจุดเด่น ที่ภาคเอกชนต่างชาติอย่าง ‘กาแล็กซี่ รีสอร์ต’ มองเห็นและอยากส่งต่อให้ภาครัฐไทยได้เห็น คือ การลงทุนในอุตสาหกรรมบันเทิงและการจัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ เพราะเชื่อว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มมีกำลังซื้อสูง และยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางระดับโลก ไม่เพียงแค่การพักผ่อน แต่รวมถึงประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยศิลปะ ดนตรี และความบันเทิง
‘กาแล็กซี่ รีสอร์ต’ จึงอยากแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยสามารถเป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ที่ผสานวัฒนธรรม ดนตรี และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันอย่างลงตัวได้อย่างดี และมองว่าการลงทุนในอุตสาหกรรมบันเทิงและการจัดอีเวนต์ จะเป็นการช่วยแก้ไขสถานการณ์ในช่วงท่องเที่ยวซบเซาได้
ดังนั้น การที่ กาแล็กซี่ รีสอร์ต ประเทศไทย เป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดคอนเสิร์ตระดับโลก JACKSON WANG MAGICMAN 2 WORLD TOUR 2025-2026 ซึ่งประเทศไทยเป็นจุดหมายแรกของเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้

⦁ชี้คอนเสิร์ต-อีเวนต์ช่วยฟื้นท่องเที่ยวไทย
เควิน เคลย์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายแบรนด์ กาแล็กซี่ รีสอร์ต ประเทศไทย เริ่มต้นฉายภาพรวมการท่องเที่ยวไทยว่า ภาพรวมการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยต่ำกว่าประเทศคู่แข่งในเอเชีย อาจเป็นผลมาจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันที่สูงขึ้น และความกังวลด้านความปลอดภัย รวมถึงค่าครองชีพที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับมาเก๊า ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ ซึ่งประเทศเหล่านี้กลับมาเติบโตและฟื้นตัวหลังโควิด โดยเฉพาะเวียดนามที่ดึงนักท่องเที่ยวจีนมีกำลังซื้อสูงได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
เควินยังชี้ว่า แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่ยังขาดความชัดเจนในแผนพัฒนาระยะยาว ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างจากคู่แข่ง โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมบันเทิง ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวแห่งอนาคต และควรมีการจัดอีเวนต์ใหญ่ที่น่าสนใจต่อเนื่อง เช่น การจัดอีเวนต์ เทศกาล หรือ คอนเสิร์ต ซึ่งประเทศไทยเป็นอีกแลนด์มาร์กที่ดีและเหมาะกับการจัดงานเหล่านี้
พร้อมอธิบายว่า การจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ช่วยเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มมีกำลังซื้อสูงจากต่างประเทศเข้ามาไทย พร้อมย้ำว่าการลงทุนในอีเวนต์ขนาดใหญ่เปรียบเสมือนการสร้างแบรนด์ให้ประเทศ
ในฐานะภาคเอกชน กาแล็กซี่ รีสอร์ต มองว่าประเทศไทยจำเป็นต้องทบทวนกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูภาคธุรกิจ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวมีกำลังซื้อสูง และยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวไปอีกขั้น
“เราต้องการเห็นวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการวางแผนกลยุทธ์การท่องเที่ยวระยะยาว ในฐานะเอกชน กาแล็กซี่ รีสอร์ต พร้อมร่วมงานและให้ข้อมูลเชิงลึกหากได้รับโอกาส” เควินระบุ
เควินยังย้ำว่า การผลักดันการท่องเที่ยวหรือการจัดคอนเสิร์ต การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสื่อสารมาตรการความปลอดภัยอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือการใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศมาช่วยประชาสัมพันธ์ด้านบวก

⦁ดึง‘แจ็คสัน หวัง’หนุนไทยศูนย์กลางคอนเสิร์ต
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี 2568 ศิลปินทั้งในและประเทศ ต่างพากันประกาศจัดงานคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีกันอย่างคับคั่ง ที่ประเทศไทย กาแล็กซี่ รีสอร์ต ประเทศไทย ได้ผนึกกำลังกับ กาแล็กซี่ รีสอร์ต มาเก๊า บริษัทแม่ จัดคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ JACKSON WANG MAGICMAN 2 WORLD TOUR 2025-2026 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 3-4 ตุลาคม 2568
เควินระบุ กาแล็กซี่ รีสอร์ต ประเทศไทย นำเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้มาจัดในกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงการจัดคอนเสิร์ตธรรมดา แต่เป็นการประกาศศักยภาพของประเทศไทยในฐานะเวทีเอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก ที่พร้อมเทียบชั้นกับเมืองใหญ่ด้านความบันเทิงอย่างมาเก๊า สิงคโปร์ และโซล โดยกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ ที่ผสานทั้งศิลปะ ดนตรี และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน
เหตุผลที่เลือกพา แจ็คสัน หวัง มาประเทศไทยครั้งนี้ เนื่องจากชื่อของ แจ็คสัน หวัง ไม่เพียงเป็นที่รู้จักในฐานะสมาชิกวง GOT7 แต่ แจ็คสัน หวัง ยังเป็นศิลปินเดี่ยวผู้ทรงอิทธิพลในระดับโลก การที่แจ็คสันเลือกกรุงเทพฯเป็นจุดหมายแรกของเวิลด์ทัวร์จึงเป็นสัญญาณชัดเจนถึงศักยภาพของประเทศไทยบนแผนที่วัฒนธรรมโลก บรรยากาศคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยยังเต็มไปด้วยพลังและสีสัน ศิลปินได้ถ่ายทอดความสามารถและเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ จนผู้ชมทั่วฮอลล์ต่างหลงใหล การแสดงครั้งนี้คือการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมที่ไร้พรมแดนเช่นกัน
หลังจากการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ข้อมูลจาก กาแล็กซี่ รีสอร์ต ประเทศไทย ระบุว่า JACKSON WANG MAGICMAN 2 WORLD TOUR in Bangkok ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี มีผู้เข้าร่วมชมกว่า 24,000 คน และผู้ชมมีทั้งเป็นชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งความสำเร็จของ ‘MAGICMAN 2 เวิลด์ทัวร์’ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพพร้อมรองรับอีเวนต์ระดับโลก ทั้งด้านสถานที่ บุคลากร และระบบสนับสนุน การที่กรุงเทพฯ สามารถจัดงานคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ได้อย่างราบรื่น เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการลงทุนในอนาคตของอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ
⦁ รู้จักกาแล็กซี่กรุ๊ปคอมเพล็กซ์มาเก๊าระดับโลก
แม้ว่าคนไทยจะยังไม่คุ้นชื่อ ‘กาแล็กซี่ รีสอร์ต ประเทศไทย’ แต่หากเจาะลึกลงไปนั้นในโลกของธุรกิจรีสอร์ตครบวงจรชื่อดังระดับโลก มีไม่กี่แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในด้านความหรูหรา นวัตกรรม และความเป็นผู้นำในตลาดเกมและการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง และหนึ่งในนั้น คือ ‘กาแล็กซี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กรุ๊ป’ (Galaxy Entertainment Group หรือ GEG) จากประเทศมาเก๊า ที่ถือเป็นบริษัทแม่สาขาหลักของ กาแล็กซี่ รีสอร์ต ประเทศไทย
ผู้บริหารกาแล็กซี่ รีสอร์ตฯ เล่าถึงประวัติให้ฟังว่า Galaxy Entertainment Group หรือกาแล็กซี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กรุ๊ป เป็นบริษัทที่ถือเรียกได้ว่า คือ ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ อย่างเต็มรูปแบบ
ดำเนินกิจการรีสอร์ต ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร โรงแรม และเกมส์ ความบันเทิงแบบครบวงจรขนาดใหญ่ในประเทศมาเก๊า ซึ่งกลุ่มบริษัทนี้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และเป็นส่วนหนึ่งของ Hang Seng Index GEG หนึ่งในสามผู้รับสัมปทานดั้งเดิมในมาเก๊าที่มีประวัติประสบความสำเร็จในการดำเนินกิจการอสังหาริมทรัพย์ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่เป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจและได้รับรางวัล กลุ่มบริษัทยึดปรัชญาการบริการ “ระดับโลกด้วยหัวใจสไตล์เอเชีย” ซึ่งช่วยให้บริษัทมีประสิทธิภาพเหนือชั้นในตลาดมาเก๊ามาโดยตลอด
โดยกลุ่ม กาแล็กซี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กรุ๊ป (Galaxy Entertainment Group-GEG) เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจรีสอร์ต โรงแรม และความบันเทิงระดับโลกจากฮ่องกง ปัจจุบันดำเนินกิจการหลักในเขตปกครองพิเศษมาเก๊า รวม 3 แห่ง ได้แก่ 1.โคไท (Cotai) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของมาเก๊า 2.Galaxy Macau รีสอร์ตครบวงจรขนาดใหญ่ระดับโลก 3.Broadway Macau จุดหมายปลายทางด้านอาหารและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่ขึ้นชื่อในบรรยากาศริมทางสุดมีชีวิตชีวา
นอกจากนี้ ยังมี StarWorld Hotel โรงแรมหรูบนคาบสมุทรมาเก๊าที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายสาขา
นายเควินเผยว่า ปัจจุบัน GEG ถือครองที่ดินเพื่อการพัฒนามากที่สุดในบรรดาผู้ได้รับสัมปทานธุรกิจรีสอร์ตในมาเก๊า โดยอยู่ระหว่างการพัฒนา The Next Chapter โครงการขยายพื้นที่โคไทให้มีขนาดมากกว่าเดิมถึงสองเท่า ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2 ล้านตารางเมตร เพื่อยกระดับให้เป็นหนึ่งในศูนย์รวมรีสอร์ต บันเทิง และไมซ์ (MICE) ที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในโลก ขณะเดียวกัน GEG ยังวางแผนขยายการลงทุนใน โครงการเหิงฉิน (Hengqin Project) และพื้นที่ Greater Bay Area ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของจีน เพื่อสนับสนุนบทบาทของมาเก๊าในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการพักผ่อนระดับโลกอย่างยั่งยืน
สำหรับประเทศไทย กาแล็กซี่ รีสอร์ต ประเทศไทย ถือเป็นส่วนหนึ่งของ GEG ที่เตรียมนำประสบการณ์จากความสำเร็จในมาเก๊ามาต่อยอดในตลาดไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ World Class, Asia Heart ที่ผสมผสานมาตรฐานการบริการระดับโลกเข้ากับความอบอุ่นแบบเอเชีย เป้าหมายของเราคือ การช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดการท่องเที่ยวของประเทศไทย และตอบโจทย์ความคาดหวังของนักเดินทางรุ่นใหม่ทั่วโลกที่มองหาความหรูหรา นวัตกรรม และประสบการณ์ที่แตกต่าง
กาแล็กซี่ รีสอร์ต ประเทศไทย ตั้งใจจะเป็นทั้งแบรนด์ที่คนไทยภาคภูมิใจ และสัญลักษณ์ใหม่ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยบนเวทีโลก
⦁ไม่ท้อแม้‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’พับ
ที่ผ่านมามีกระแสถกเถียงเรื่องโครงการ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” หรือสถานบันเทิงครบวงจรมาตลอด แม้รัฐบาลไทยชุดปัจจุบันได้พับแผนลงชั่วคราว แต่ความหวังจากภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มทุนระดับโลก อย่าง กาแล็กซี่ รีสอร์ต ประเทศไทย ที่จับตามองประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูมิภาค ยังคงไม่ดับลง
เควินมองว่า บริษัทเข้าใจและเคารพท่าทีของรัฐบาลไทยที่ยังไม่ต้องการเปิดทางให้มีสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังพร้อมรอ “ความชัดเจนทางนโยบาย” จากรัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้งปี 2569 เพื่อประเมินทิศทางการลงทุนในอนาคต แต่สิ่งที่น่ากังวลคือประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะ “เลือดไหล” ทางเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวลดลงต่อเนื่อง และขาดจุดดึงดูดใหม่ๆ ที่จะสร้างรายได้หมุนเวียนอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การไม่มีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่ากับการไม่มีทิศทางชัดเจน ของภาครัฐในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
เควินระบุ หลายประเทศในภูมิภาคและทั่วโลกต่างพัฒนาเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จนกลายเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา ญี่ปุ่น และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่างสร้างรายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยวเชิงบันเทิง ดังนั้น ประเทศไทยต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า อีก 5-10 ปีข้างหน้า เราจะมีอะไรเป็นจุดดึงดูดใหม่ หากไม่ใช่เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เพราะโลกกำลังเคลื่อนเร็วมาก การแข่งขันเพื่อแย่งนักท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องของราคาอีกต่อไป แต่คือ “ประสบการณ์” ที่ประเทศนั้นมอบให้ได้
แม้จะเคารพการตัดสินใจของรัฐบาลปัจจุบัน แต่เควินยังเสนอแนวทางเพื่อให้การพิจารณาเรื่อง เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นไปอย่างรอบด้าน โดยเห็นว่าควรมีการจัดตั้ง “หน่วยงานกลาง” ขึ้นมาศึกษาใหม่อย่างจริงจัง ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงทางการเงิน
พร้อมเสนอให้หน่วยงานดังกล่าวเน้นศึกษา 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อประเมินว่าโครงการรูปแบบนี้จะสร้างรายได้ ขยายการจ้างงาน หรือกระทบต่อชุมชนอย่างไร 2.มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการฟอกเงินและกิจกรรมผิดกฎหมายที่มักถูกโยงกับธุรกิจกาสิโนในต่างประเทศ
“สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องอิง ‘ข้อมูลเชิงประจักษ์’ (Empirical Data) ไม่ใช่ตัดสินด้วย ‘ความรู้สึกส่วนตัว’ (Perception) เพราะความกลัวโดยไม่มีข้อมูลจริง จะทำให้ประเทศไทยพลาดโอกาสสำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่ามหาศาล” นายเควินกล่าว
แม้วันนี้อาจจะยังไม่ใช่วันของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในประเทศไทย แต่เควินเน้นย้ำว่า การสร้างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่ใช่แค่การลงทุนเชิงธุรกิจ แต่เป็นการวางรากฐานให้ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระยะยาวเพราะกิจกรรมความบันเทิงต่างๆ ไม่ใช่เพียงแต่สร้างความสุข แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้ รวมถึงเป็นสะพานสร้างรายได้หมุนเวียนให้ธุรกิจทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และภาคบริการอื่นๆ ตลอดจนเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีโลก
ทั้งหมดจะช่วยยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็นแลนด์มาร์กต้นๆ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก…

