ฤดูการหีบอ้อยเพื่อผลิตน้ำตาลทรายประจำปี 2568/69 ใกล้เข้ามาแล้ว ปกติกำหนดหีบอ้อยช่วงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี ต่อเนื่องไปถึงเดือนเมษายนปีถัดไป
แม่ทัพหลักผู้ควบคุมการผลิตอ้อยของประเทศไทย “ใบน้อย สุวรรณชาตรี” เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ให้ข้อมูลว่าฤดูการผลิตปี 2568-69 นี้ว่า สอน. ร่วมกับผู้แทนชาวไร่อ้อย และผู้แทนโรงงานน้ำตาลคาดการณ์จะมีอ้อยเข้าหีบประมาณ 93 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีการผลิตที่ผ่านมา 1.9% เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่มีปริมาณและการกระจายตัวที่ดีกว่าปีก่อนหน้า
ตลอดปีการผลิตอ้อย ทาง สอน.ได้ออกมาตรการการสนับสนุนยกระดับชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล มุ่งเน้นไปที่การยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงปัจจัยการผลิตและเงินทุนในระดับดอกเบี้ยที่เหมาะสม
รวมถึงการยกระดับเกษตรกรชาวไร่อ้อยให้มีความรู้และความสามารถที่เพียงพอเพื่อการผลิตอ้อยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ การพัฒนาพนักงานขับรถตัดอ้อย รวมถึง สอน.ยังมุ่งเน้นวิจัยและพัฒนาพร้อมส่งเสริมให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยในด้านพันธุ์อ้อย และเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อทดแทนแรงงานคน
⦁เปิด6มาตราการลดPM2.5
เลขาฯใบน้อยระบุ นอกจากนี้ สอน.ยังมีมาตรการลด PM2.5 สู่เป้าหมายอ้อยเผา 0% ในฤดูการผลิตปี 2568/69 แบ่งออกเป็น 6 มาตรการ ดังนี้
1.มาตรการทางกฎหมายและการบังคับใช้
-ขอความร่วมมือรับเฉพาะอ้อยสดตั้งแต่ช่วงต้นของหีบจนถึงช่วงวันเด็ก
-กำหนดปริมาณอ้อยเผาไม่เกิน 20% ต่อวัน และทั้งฤดูการผลิตไม่เกิน 10% และให้โรงงานน้ำตาลหยุดรับอ้อย 27 ธันวาคม 2568-4 มกราคม 2569
-ปรับปรุงแก้ไขระเบียบการตัดและส่งอ้อยให้แก่โรงงาน
-ออกระเบียบการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำตาลทรายของโรงงาน
-ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (GISTDA และกระทรวง DE) ในการติดตามจุดความร้อน (Hotspot) พร้อมติดตามร่องรอยการเผา (Burned Scar)
– Traffy Fondue “แจ้งอุต” เรื่องการเผาอ้อย เพื่อรายงานอ้อยเผา สำหรับให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส
2.มาตรการส่งเสริมเทคโนโลยีและเครื่องจักรกล
-สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อการบริหารจัดการแหล่งน้ำและซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรในไร่อ้อยฯ ปี 2568-2570 ปีละ 2,000 ล้านบาท วงเงินรวม 6,000 ล้านบาท (หากปีแรกใช้ไม่หมด สามารถทบวงเงินไปปีถัดไปได้) ผู้กู้จ่ายดอกเบี้ย 2% ต่อปี
– มีเงื่อนไขสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI และเสนอยกเว้นอากรศุลกากรนำเข้ารถตัดอ้อย และเครื่องสางใบอ้อย
-หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้แก่โรงงานน้ำตาล ในอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม เพื่อการจัดหารถตัดอ้อย
-ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยยืมเครื่องสางใบอ้อยจำนวน 288 เครื่อง นำไปใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการตัดอ้อยสดด้วยแรงงานคน
-ส่งเสริมพันธุ์อ้อยพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยกำหนดสิทธิพิเศษสำหรับเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดส่งเข้าหีบร้อยละ 100 ในฤดูการผลิตปี 2567/2568
3.มาตรการทางการเงินและการสร้างแรงจูงใจ
-ขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐจูงใจเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีฤดูการผลิตปี 2568/69 เฉพาะอ้อยสดสะอาดคุณภาพดีร้อยละ 100 เท่านั้น
– ขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ สนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่นำใบและยอดอ้อยส่งขายให้โรงงานไฟฟ้าชีวมวล (เฉพาะชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสด สะอาด คุณภาพดี 100% เท่านั้น)
4.มาตรการสร้างมูลค่าเพิ่มจากใบและยอดอ้อย
-ประสานกระทรวงพลังงานส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีสัดส่วนการใช้ใบและยอดอ้อยเป็นเชื้อเพลิง สามารถทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าได้ในระดับราคาที่เหมาะสม
-ส่งเสริมอัดเม็ดใบอ้อย ชีวมวลผง และสร้างมูลค่าเพิ่มจากใบและยอดอ้อย
5.มาตรการสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วม
-ขอความร่วมมือให้โรงงานรับเฉพาะอ้อยสดเข้าหีบ และไม่รับอ้อยเผาเข้าหีบ ในช่วงเริ่มต้นการเปิดหีบอ้อย ไปจนถึงวันที่ 10 มกราคม 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเดินทางที่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ และคืนอากาศบริสุทธิ์ให้แก่เยาวชนของชาติ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ
-รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยลดการเผาเพื่อลดฝุ่น PM2.5
-อบรมถ่ายทอดความรู้
6.มาตรการติดตามและประเมินผล
-ติดตามข้อมูลปริมาณการรับอ้อยเข้าหีบเป็นรายวันโดยมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างทันท่วงที (war room)
-ตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานที่ได้รับมอบหมายลงพื้นที่ต่อเนื่องครอบคลุม
⦁มุ่ง5ยุทธศาสตร์เพื่ออุตฯอ้อยยั่งยืน-เป็นธรรม
เลขาฯใบน้อยยังเน้นย้ำถึงภารกิจ สอน.ในปัจจุบันว่า สอน.มีภารกิจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย กำกับ ดูแล ส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย และอุตสาหกรรมต่อเนื่องและอุตสาหกรรมชีวภาพ ให้เติบโตอย่างยั่งยืนมีเสถียรภาพ สร้างความเป็นธรรม และรักษาผลประโยชน์ในระบบอุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาลทราย และผู้บริโภค
โดยยุทธศาสตร์การบริหารจัดการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ปี 2569 จะมีแนวทาง 5 ด้าน
1.ด้านสิ่งแวดล้อม จะผลักดันการผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายที่เป็นไปตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มุ่งเน้นการผลิตที่มิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน ผลักดันการผลิตน้ำตาลสีเขียว (Green Sugar) และอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่เป็นสีเขียวทั้งระบบ (Green Value Chain) โดยเริ่มที่การปลอดการเผา 100% สอดรับตามความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน กำหนดปริมาณอ้อยเผาไม่เกิน 20% ต่อวัน และทั้งฤดูการผลิตไม่เกิน 10% ให้โรงงานหยุดรับอ้อยวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 และขอความร่วมมือรับเฉพาะอ้อยสดตั้งแต่ช่วงต้นของหีบจนถึงช่วงวันเด็ก
2.ด้านเครื่องจักรกลการเกษตร จะส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนใช้เครื่องจักรกลการเกษตรทดแทนแรงงานคน โดยรัฐบาลสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยในการจัดหาเครื่องจักรกลการเกษตร และสนับสนุนสิทธิประโยชน์ BOI เพื่อสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรให้แก่โรงงานน้ำตาล โดยมีสัดส่วนการกำหนดวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือ CIT ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ รวมถึงยกเว้นอากรศุลกากรนำเข้ารถตัดอ้อย สนับสนุนการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรครบวงจร (SMART FARMING)
3.ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม จะมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม บริหารจัดการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ติดตามร่องรอยการเผาอ้อย (Burn Scar) และปริมาณการรับอ้อยเข้าหีบเป็นรายวัน โดยมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง (war room)
4.ด้านประสิทธิภาพการผลิต : มุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพผลิตอ้อยให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยและเพื่อผลิตภาพการผลิตน้ำตาลของโรงงานน้ำตาล ส่งเสริมการจัดการปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพ เช่น พันธุ์อ้อย ดิน น้ำ ปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพ และสามารถลดต้นทุนการผลิตอ้อยและน้ำตาลทราย
5.ด้านความเป็นธรรมและการพึ่งพาตนเอง : ผลักดันให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว โดยความร่วมมือภาคส่วนเกษตรกรชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และส่วนราชการแบบมีส่วนร่วมและเป็นธรรม รวมทั้งผลักดันให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ในการซื้อและขายใบและยอดอ้อย และอุตสาหกรรมชีวภาพเพื่อการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนในระยะยาว

