หน้าแรก เศรษฐกิจ พิพัฒน์ ขีดเส...

พิพัฒน์ ขีดเส้น 4 เดือน สั่ง EEC นัดถกหาข้อสรุปไฮสปีด 3 สนามบิน ปรับมุมมอง ‘อู่ตะเภา’ ศูนย์กลาง

4.11.25 | 15:26 น.

พิพัฒน์ สั่งอีอีซี นัดหน่วยงานถกเคลียร์รถไฟ 3 สนามบิน หนุนปรับมุมมอง ‘อู่ตะเภา’ เป็นศูนย์กลาง

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าของแผนงานต่างๆ ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.หรือ EEC) ดำเนินการ อาทิ 1.รับทราบรายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 2.รับทราบความก้าวหน้าการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่ ปัจจุบัน สกพอ.ได้ขับเคลื่อนให้เกิดการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ รวม 46 แห่ง (รวมที่อยู่ในระหว่างรอเสนอ ครม.เพื่อทราบ 7 แห่ง) แบ่งเป็น รูปแบบนิคมอุตสาหกรรม 32 แห่ง รูปแบบเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ 9 แห่ง และรูปแบบที่เอกชนขอจัดตั้งเพื่ออุตสาหกรรมหนึ่งอุตสาหกรรมใดโดยเฉพาะ 5 แห่ง

นายพิพัฒน์กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าของแผนงานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาสัมปทาน ซึ่งหลังจากที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการ 18 ประเด็น ที่ทุกฝ่ายต้องหาทางออกร่วมกัน ดังนั้น จึงมอบหมายให้นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี ดำเนินการนัดหมาย 5 ฝ่ายที่เกี่ยวข้องของโครงการ ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะเจ้าของโครงการบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (ซีพี) ซึ่งเป็นเอกชนคู่สัญญา, อีอีซี และสำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงคมนาคม โดยจะนัดหมายประชุมทั้ง 5 ฝ่ายโดยเร็ว เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับประเด็นต่อไป

แหล่งข่าวจากนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กล่าวว่า ภาพรวมขณะนี้ ที่ประชุม สกพอ.ได้มอบหมายให้ รฟท.ไปหารือกับเอกชน (ซีพี) เพื่อให้ได้ข้อยุติ เกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาตามข้อสังเกตและข้อเสนอของสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ก่อนนำกลับมารายงานต่อบอร์ดอีกครั้ง โดยนายพิพัฒน์ต้องการให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายใน 4 เดือน เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า เบื้องต้นการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัทเอกชน ซีพี ดูจะมีความเห็นสอดคล้องกันในหลายประเด็น เหลือเพียงบางข้อที่ยังต้องหารือเพิ่มเติม หลังจากสำนักงานอัยการสูงสุดมีความเห็นต่อโครงการจำนวน 18 ประเด็น ซึ่งในที่ประชุมเห็นว่าบางข้อมีลักษณะ “ตึงเกินไป” หรือเคร่งครัดในเชิงข้อกฎหมายมากเกินไป ซึ่งมีอยู่บางข้อเท่านั้น ทั้งนี้ คาดว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะสามารถนัดหารือร่วมกันได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อสรุปแนวทางเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ EEC ภายในเดือนธันวาคมต่อไป

Advertisement

แหล่งข่าวระบุว่า สำหรับข้อเสนอในการขยายโครงการออกไปยัง จ.ระยอง จันทบุรี และตราดนั้น ส่วนนี้นายพิพัฒน์ได้มีกล่าวถึงแนวคิดนี้ในที่ประชุม โดยมองว่าควรปรับมุมมองให้ “สนามบินอู่ตะเภา” เป็นศูนย์กลางของโครงการ ไม่ใช่เพียงปลายทาง เพราะหากมองเช่นนั้น โครงการจะสามารถต่อขยายได้ถึง จ.ตราด และช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารทั้งขาออกจากกรุงเทพฯ และขาเข้าจากพื้นที่นอกกรุงเทพฯได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือเรื่องต้นทุนการลงทุน ซึ่งค่อนข้างสูง หากดำเนินการต่อขยายจริงอาจต้องจัดทำสัญญาใหม่ และยังไม่แน่ชัดว่าจะรวมอยู่ในแพ็กเกจโครงการปัจจุบันหรือไม่