หน้าแรก เศรษฐกิจ ฟู้ดเดลิเวอรี...

ฟู้ดเดลิเวอรี่ร่วม คนละครึ่งพลัส 6.19 หมื่นร้าน คลังพร้อมลุยเฟส2 ยันไม่ทิ้งกลุ่มตกหล่น

4.11.25 | 18:53 น.

ฟู้ดเดลิเวอรี่ร่วม คนละครึ่งพลัส 6.19 หมื่นร้าน คลังพร้อมลุยเฟส2 ยันไม่ทิ้งกลุ่มตกหล่น

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่ง พลัส ว่า มีร้านค้าลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 8.43 แสนร้านค้า จำนวนนี้มีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส ผ่าน Food Delivery สำเร็จแล้ว 4.59 หมื่นราย แบ่งเป็น Line Man 2.97 หมื่นร้านค้า, GrabFood 1.4 หมื่นร้านค้า, Robinhood 503 ร้านค้า และ ShopeeFood จำนวน 1.64 พันร้านค้า จากร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วม Food Delivery ทั้งสิ้น 6.19 หมื่นร้านค้า

นายลวรณ กล่าวว่า กระทรวงการคลังขอย้ำเประชาชนที่ได้รับสิทธิในโครงการคนละครึ่ง พลัส 20 ล้านคนต้องเริ่มใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ไม่เช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ ตอนนี้ใช้สิทธิไปมากถึง 18 ล้านกว่าคนแล้ว เหลืออีกเพียง 1.9 ล้านคนเท่านั้น และขอยืนยันว่าจะไม่มีการนำสิทธิดังกล่าวมาเปิดลงทะเบียนรอบเก็บตกอย่างแน่นอน เบื้องต้นรัฐบาลจะนำสิทธินั้นไปใช้ในเฟส 2 โดยพุ่งเป้าหมายไปที่ประชาชนที่ตกหล่น ลงทะเบียนไม่ทัน หรือกลุ่มที่ควรได้รับสิทธิแต่ยังไม่ได้รับสิทธิเป็นหลัก

นายลวรณกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 นั้น รัฐบาลจะเริ่มทำให้เร็วที่สุด และดีที่สุด โดยขณะนี้ได้มีการหารือถึงแนวทางเบื้องต้นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนแล้ว แต่อยากให้รอความชัดเจนอีกครั้ง โดยยืนยันว่าโครงการคนละครึ่ง พลัส ที่ให้สิทธิ 20 ล้านคน รวมถึงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 13.5 ล้านคน รวมเป็น 33.5 ล้านคน ถือเป็นการดำเนินการที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา ซึ่งน่าจะครอบคลุมประประชาชนอย่างเหมาะสม

นายลวรณ กล่าวว่า เชื่อกลุ่มตกหล่นน่าจะมีน้อยมาก เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปแล้ว 13.5 ล้านคน และโครงการคนละครึ่ง พลัส อีก 20 ล้านคน ถือว่าใหญ่มาก ส่วนเสียงเรียกร้องของผู้ที่อยากได้สิทธิแต่ยังไม่ได้นั้น ต้องยอมรับว่ามีน้อยมาก แต่รัฐบาลไม่ละเลยจะให้ความสำคัญกับกลุ่มตกหล่นอย่างแน่นอน

Advertisement

นายลวรณกล่าวว่า ในส่วนของร้านค้าที่ฉวยโอกาสขึ้นราคา โดยบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% นั้น ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานท้องถิ่นได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบอย่างใกล้ชิด โดยยืนยันว่าร้านค้าไม่สามารถบวกภาษีเข้าไปเพิ่มกับราคาสินค้าได้ เพราะตามระบบแวตแล้ว ราคาสินค้าสุทธิจะต้องรวมภาษีเรียบร้อย และอยากชี้แจงว่าโครงการนี้ช่วยให้ร้านค้าขายสินค้าได้ดีขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องและไม่ควรจะฉวยโอกาสในการขึ้นราคาสินค้า ส่วนการอ้างว่าร้านค้าขายดีจนไม่มีเงินจ่ายภาษี จึงต้องบวกแวตนั้น ที่ผ่านมากระทรวงการคลังยืนยันมาตลอดว่าจะไม่มีการเข้าไปดึงร้านค้าเข้าระบบภาษี ดังนั้นไม่ว่าจะขายดีหรือไม่จะใช้ข้ออ้างนี้ไม่ได้

นายลวรณกล่าวว่า ปัญหานี้มองว่าน่าจะเป็นเรื่องของความโลกมากกว่า ดังนั้นหากประชาชนมีข้อมูลว่ามีร้านค้าทำผิดเงื่อนไข ฉวยโอกาสขึ้นราคาให้แจ้งเข้ามาที่กระทรวงพาณิชย์ หรือท้องถิ่นได้ทันที ทุกหน่วยงานพร้อมลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ส่วนเรื่องการทุจริตในโครงการก็น้อยลงเช่นกัน เพราะเรามีระบบการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น