เงินเฟ้อ ต.ค. ลงต่อเนื่อง 7 เดือน อีก 0.76 % สนค.ชี้เหตุพลังงาน-พืชราคาต่ำ พ่วง คนละครึ่ง ลดภาระ
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(เงินเฟ้อ)ของไทย เดือนตุลาคม 2568 เท่ากับ 100 เทียบกับเดือนตุลาคม 2567 ลดลง 0.76 % และลดจากเดือนก่อนหน้า 0.03% อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้น 0.61 % ชะลอเล็กน้อยจากกันยายน 2568 ที่สูงขึ้น 0.65 % และลดลงจากเดือนก่อนหน้า 0.05% ปัจจัยหลักมาจากมาตรการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนของภาครัฐ ผ่านโครงการ Quick Big Win และสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก ส่งผลให้ราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานลดลง ทั้งค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ มีสินค้าสำคัญที่ราคาลดลง ได้แก่ เนื้อสุกร ไข่ไก่ ผักสด และผลไม้สด จากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งของใช้ส่วนบุคคล จากการส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก โดยหมวดอื่นๆที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.10 % และหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 0.17% โดยรายการสินค้าและบริการที่นำมาคำนวนเงินเฟ้อ 464 รายการ พบว่า ราคาเพิ่มขึ้น 225 รายการ เท่าเดิม 50 รายการ และลดลง 189 รายการ ส่งผลให้ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ย 10 เดือนแรกปี 2568 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนลดลง 0.09 %
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤศจิกายน คาดจะยังลดลง ปัจจัยหลักจาก 1.ราคาน้ำมันดิบดูไบตลาดโลกปีนี้ต่ำกว่าปีก่อน เนื่องจากกลุ่มโอเปกเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง รัฐบาลไทยออกมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านโครงการ Quick Big Win ส่งผลให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (OFFO) ลดอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนฯ และทำให้ราคาขายปลีกดีเซล ลดลงมาอยู่ที่ 30.94 บาทต่อลิตร 2.ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2568 มาอยู่ที่ 15.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย 3. ราคาผักสดและผลไม้สดต่ำกว่าปีก่อนหน้าค่อนข้างมาก จากผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก รวมทั้งฐานราคาผักสดในปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับสูง และ 4. ผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีแนวโน้มปรับลดราคาห้องพัก เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐ (ณ วันที่ 21 ต.ค. 2568) โดยเฉพาะมาตรการหักลดหย่อนภาษีค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวภายในประเทศสูงสุด 20,000 บาท
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ได้แก่ 1. การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวมีแนวโน้มทำให้ค่าโดยสารเครื่องบินปรับตัวสูงขึ้น และ 2. ราคาสินค้าเกษตรและเครื่องประกอบอาหารบางชนิดมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า เช่น กะทิสำเร็จรูป กาแฟสำเร็จรูป เกลือป่น และน้ำมันพืช เป็นต้น
“จากเงินเฟ้อ 10 เดือนลบ 0.09% และแนวโน้มเงินเฟ้อยังติดลบต่อจากติดลบมาแล้ว 7 เดือน ปัจจัยมีผลต่อเงินเฟ้อคือราคาพลังงานและรัฐออกมาตรกรลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งเดิมคาดเงินเฟ้อไตรมาส4 ปีนี้ลบ 0.52% ปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ จึงคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2568 อยู่ที่ 0 % บนสมมุติฐานจีดีพีขยายตัว 1.8-2.3% ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 63-73 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และค่าเงินบาท 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่องมากเคยเกิดขึ้นแล้ว ช่วงมีนาคม 2563 ถึง มีนาคม 2564 รวม 12 เดือนติดต่อกัน ถึงตอนนี้ยังไม่ได้มองว่าเป็นเงินฝืด ดูจากเงินเฟ้อพื้นฐานยังบวก แต่อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อจากนี้อาจขยับขึ้นต้องดูผลของมาตรการรัฐ ผ่านคนละครึ่งพลัส กระตุ้นท่องเที่ยว ลดภาระหนี้ครัวเรือน จะเป็นการเติมเงินให้ประชาชนใช้จ่ายได้คล่องขึ้น สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนตุลาคม ขยับเกิน 50 จุดแล้ว”
สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อในไตรมาสแรก 2569 และความเชื่้อมั่นผู้บริโภคจะกลับมาเป็นขาขึ้นหรือไม่ นั้น สนค. กำลังติดตามปัจจัยหลักด้านพลังงาน ราคาพืช แรงส่งจากมาตรการรัฐ และความเชื่้อมั่น โดยจะมีการสรุปได้ในเดือนธันวาคมนี้ ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย เทียบกับต่างประเทศ บนข้อมูลล่าสุดเดือนกันยายน 2568 พบว่า เฟ้อทั่วไปไทยที่ลดลง 0.72 % อยู่ระดับต่ำอันดับ 6 จาก 140 เขตเศรษฐกิจ ที่ประกาศตัวเลข และต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ





