หน้าแรก เศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ช...

นักวิเคราะห์ชี้ทองคำผ่านช่วงเทขายหนักสุดรอบ 10 ปี ราคาพร้อมไปต่อ แม้จีนขยับเปลี่ยนเกม

5.11.25 | 14:50 น.

นักวิเคราะห์ชี้ทองคำผ่านช่วงเทขายหนักสุดรอบ 10 ปี ราคาพร้อมไปต่อ แม้จีนขยับเปลี่ยนเกม

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันหลังจีนยกเลิกมาตรการสนับสนุนภาษีทองคำ ที่ใช้มาอย่างยาวนาน ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา กระทบต้นทุนปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากกฎใหม่ที่มีการบังคับใช้สำหรับผู้ค้าปลีกที่ซื้อทองผ่าน Shanghai Gold Exchange (SGE) จะไม่สามารถนำภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มาหักภาษีตอนขายทองได้อีก โดยการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว ส่งผลให้ต้นทุนทองคำในประเทศจีนสูงขึ้นทันที อาทิ ทองคำแท่ง เหรียญ และเครื่องประดับ ซึ่งอาจทำให้ความต้องการทองคำในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดบริโภคทองที่ใหญ่ที่สุดของโลกชะลอตัวลงในระยะสั้น

“ราคาทองคำในตลาดโลกได้ผ่านช่วงเวลาของการเทขายหนักสุดในรอบกว่าทศวรรษ หลังจากนักลงทุนพากันขายทำกำไรจากระดับสูงสุดของราคาทองคำโลกที่ 4,380 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ รวมถึงการไหลออกของเม็ดเงินจากกองทุนแอลทีเอฟ และความคลี่คลายจากการเจรจาทางการค้าสหรัฐ-จีน” นางสาวอารีรัตน์ กล่าว

นางสาวอารีรัตน์ กล่าวว่า กองทุนทองคำขนาดใหญ่เริ่มกลับมาลงทุนในตลาดทองคำครั้งแรกในรอบกว่า 10 วัน รวมมูลค่าภายในวันเดียวกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มกลับเข้าซื้ออีกครั้ง หลังจากที่ราคาทองคำเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมกันนี้กลุ่มนักลงทุนเชิงกลยุทธ์หรือ CTAs ได้ทยอยลดสถานะขายลงจนเหลือเกือบเป็นกลาง และนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ยังคงถือสถานะซื้อ (Long) อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในทองคำที่ยังไม่หายไปจากตลาด ถึงแม้ว่าราคาจะเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงก่อนหน้านี้

นางสาวอารีรัตน์ กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า ทองคำอาจเข้าสู่ช่วงสะสมพลังรอบใหม่ ก่อนเตรียมตั้งหลักเพื่อฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง สำหรับนักลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะกลาง สามารถทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัว โดยคาดว่าทองคำจะสร้างฐานบริเวณแนวรับสำคัญที่ระดับ 3,950-3,915 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือราคาทองคำไทยอยู่ประมาณ 60,300-59,800 บาท บาทต่อบาททองคำ ซึ่งมีแนวต้านสำคัญที่ต้องจับตาที่ 4,160-4,185 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือประมาณ 63,500-64,000 บาท โดยหากผ่านโซนแนวต้านดังกล่าวขึ้นไปได้ คาดว่าจะเปิดทางสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ แม้มีปัจจัยจากประเทศจีนกดดันระยะสั้น แต่ปัจจัยหนุนหลักยังมาจากแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปี 2569 การเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งยังคงตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

Advertisement