เอกชนจับตา นายกฯยุบสภาเร็วขึ้น จี้ปล่อย ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 พยุง ศก.ช่วงสุญญากาศ
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายธนิต โสรัตน์ รองประธานองค์การนายจ้างผู้ประกอบการการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยกับ “มติชน” ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองว่า มีความเป็นไปได้ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะยุบสภาก่อนกำหนดเดิม และการยุบสภาไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาไหนล้วนก่อให้เกิดช่องว่าง หรือสุญญากาศการเมือง ตรงกับไตรมาสแรก 2569 สัมพันธ์กับไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงที่จีดีพีขยายตัวได้แค่ 0.3% จึงต้องมาดูว่ามาตรการคนละครึ่งพลัสที่ใช้งบประมาณ 44,000 ล้านบาท จะช่วยดึงจีดีพีให้โตขึ้นมากน้อยเพียงใด แน่นอนว่าคนละครึ่งพลัสไม่ได้ทำให้จีดีพีไตรมาส 4 ดีขึ้นอย่างพุ่งพรวด เพราะทั้งปี 2568 ประเทศไทยอยู่ในช่วยที่จีดีพีต่ำเพียง 2.2% จึงต้องไปลุ้นกันว่าจีดีพีปีหน้าจะเป็นอย่างไร
นายธนิตกล่าวว่า ช่วงที่รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่และขาดรัฐบาลรักษาการ ทำให้การดำเนินการบางอย่างทำได้ยากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลปัจจุบันจึงต้องเร่งปล่อยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ว่าจะคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ออกมา ส่วนมาตรการเฟส 2 จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสุญญากาศการเมือง กระตุ้นการท่องเที่ยวได้หรือไม่ก็ยังเป็นโจทย์ที่ต้องแก้
นายธนิตมองว่า ส่วนปัญหากับดักหนี้ รัฐบาลออกมาตรการ AMC มาแล้ว แต่สำหรับตนการใช้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เข้ามารับซื้อหนี้เสียจากธนาคารและสถาบันการเงินไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจากประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับแบงก์และ SME หนี้ที่ไม่มีหลักประกัน จัดเป็นหนี้ขยะที่อาจเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ AMC, JV AMC หรือโครงการแก้หนี้ที่ใช้ระยะเวลา อย่างไรก็ตาม มองว่าก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือการจัดทีมให้กับกลุ่มธนาคารในประเทศไทย และมีรัฐมาควบคุมดูแลการทำงานให้เป็นระบบ
นายธนิตกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ รัฐบาลควรแก้ไขปัญหาด้านความเชื่อมั่น เพื่อเป็นการปูทางสู่การฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทย และอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องจับตามองคือรัฐบาลจะทำอย่างไรให้ผู้ที่ลงทุนท่องเที่ยวตัดสินใจลงทุนต่อในปีหน้า รวมถึงสถานการณ์ด้านภาษีระหว่างประเทศ ยังจะเพิ่มลดได้อีกมากน้อยแค่ไหน
“ผมคิดว่าโจทย์เหล่านี้เป็นโจทย์ที่รอรัฐบาล รอคุณอนุทินให้เร่งๆ ทำ ซึ่งสิ่งที่ผมพูดมาก็ตรงกับประกาศ 5 ข้อที่คุณอนุทินเคยพูดไว้” นายธนิตกล่าว

