‘ไชยชนก’ รับลูกนายกฯ รวมพลังรัฐ-เอกชน เข้มยกระดับ 7 มาตรการ เดินหน้าใช้ยาแรง ปราบสแกมเมอร์
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน 14 หน่วยงาน ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน เพื่อยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและป้องกันไม่ให้ระบบการเงินของประเทศถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนานาชาติ รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือสร้างเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นายไชยชนกกล่าวว่า ตามที่รัฐบาลนายกฯนายอนุทินได้ประกาศให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็น “วาระแห่งชาติ” ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงดีอีได้ร่วมบูรณาการพลังจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชนเพื่อยกระดับมาตรการการป้องกัน ปราบปรามสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมทางการเงินออนไลน์ ให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
1.การจัดตั้งวอร์รูมทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยการบูรณาการข้อมูลร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มเติมให้มีตัวแทนของผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ (โอเปอเรเตอร์) และตัวแทนจากธนาคารใหญ่ 7 ธนาคาร เตรียมความพร้อมการให้ข้อมูลตลอด 24 ชม. ร่วมกับ ตร.อย่างใกล้ชิด เพื่อยับยั้งการกระทำของขบวนการสแกมเมอร์ก่อนที่จะสร้างความเสียหายให้ประชาชน
2. มาตรการยกระดับหลักเกณฑ์ของการลงทะเบียนซิม โดยมีกลไกในหลายส่วน และที่ได้ดำเนินมาตรการแล้ว คือการจำกัดจำนวนซิมการ์ด โดยร่วมกับ กสทช.ดำเนินมาตรการจำกัดปริมาณซิมการ์ดไม่เกิน 5 หมายเลขต่อบุคคล (รวมทุกค่าย) แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้เกิน สามารถขออนุญาตได้ พร้อมแจ้งข้อมูลให้ ตร.ทราบเพื่อประโยชน์กับการติดตามการใช้งาน
ในส่วนการยกระดับหลักเกณฑ์การยืนยันตัวตนการลงทะเบียนซิม โดย กสทช.ได้ออกหลักเกณฑ์ใหม่ พร้อมมีผลบังคับใช้แล้ว โดยให้ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศจะต้องมีการลงทะเบียนในระบบ Dip chip หรือการลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่า หรือผ่านระบบ ThaiD เท่านั้น ซึ่งหากโอเปอเรเตอร์มีการพัฒนาระบบที่มีความปลอดภัยเทียบเท่าแล้วก็จะสามารถเปิดใช้งานได้เช่นกัน และจะมีการติดตามตรวจสอบการลงทะเบียนซิมอย่างใกล้ชิดโดย กสทช. และ ตร. ด้านการปิดกั้นสัญญาณโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตแนวชายแดน ตามข้อสั่งการนายกฯนั้น ได้มีการติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจาก กสทช. และโอเปอเรเตอร์ เพื่อไม่ให้มีการเล็ดลอดของสัญญาณไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
3.มาตรการคุมเข้ม SIM Box ดำเนินการบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมศุลกากร คุมเข้มการนำเข้าส่งออก Simbox ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตามประกาศของ กสทช. โดยประกาศหลักเกณฑ์ให้มีการลงทะเบียนชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน เพื่อประโยชน์ต่อการติดตามการใช้งาน SIM BOX ตั้งแต่ต้นทาง-ปลายทาง
4.มาตรการกวาดล้างบัญชีม้า ในบัญชีที่มีการพิสูจน์ทราบแล้วว่าเป็นบัญชีม้าแถว 1, 2 ผู้ที่มีรายชื่อเป็นเจ้าของบัญชีนั้นสามารถมีสิทธิเปิดบัญชีธนาคารได้เพียง 1 บัญชี (บัญชีครองชีพ) โดยบัญชีอื่นไม่สามารถเปิดได้เป็นระยะเวลา 3 ปี และหากมีกระทำผิดซ้ำ จะมีการพิจารณาออกมาตรการให้ไม่สามารถมีบัญชีเพิ่มเติมได้อีกตลอดชีวิต ซึ่งเป็น 1 ในกระบวนการที่มีการพิจารณาเพิ่มเติม
อีกส่วนหนึ่งคือการหารือร่วมกับ ปปง.ในการพิจารณาเปิดเผยรายชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าต่อสาธารณชน โดยอยู่ภายใต้อำนาจของกฎหมายที่สามารถทำได้ รวมทั้งยังทำให้ประชาชนสามารถรับทราบว่าบุคคลใดมีความเกี่ยวข้อง และเพิ่มการระมัดระวังตัวได้มากขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องสำคัญที่นายกฯ ได้มอบหมาย ให้ดำเนินการคือ เรื่องการคืนเงินให้กับประชาชนผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับ ปปง.
5.มาตรการการยืนยันตัวตนเพื่อทำธุรกรรมซื้อ-ขาย บนแพลตฟอร์มออนไลน์ กระทรวงดีอี โดย ETDA อยู่ระหว่างการร่างกฎหมายเพื่อกำหนดให้มีการยืนยันตัวตน หากมีการทำธุรกรรมซื้อ-ขาย บนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือหากมีการรายงานปัญหา (Report) เจ้าของบัญชีต้องยืนยันตัวตนเช่นเดียวกัน ซึ่งมาตรการนี้เป็นไปตามข้อมูลการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ที่พบว่ากว่า 50% ของการหลอกลวงมาจากช่องทางของแพลตฟอร์มต่างๆ โดยมาตรการนี้ได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องบางส่วนไปแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
6.การลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ วันนี้เรื่องภัยคุกคามจากสแกมเมอร์ได้ถูกยกระดับให้เป็น “วาระแห่งโลก” ซึ่งเนื้อหาในสัญญาจะเป็นเครื่องมือให้เราบูรณาการข้อมูลอาชญากรรมระหว่างประเทศได้ และจะมีความร่วมมือในทุกระดับเรื่องของการระงับ และการดำเนินคดี ซึ่งรวมไปถึงเรื่องของการค้ามนุษย์ด้วย
7.การยกระดับ พ.ร.ก. ในขณะนี้ได้มีการพิจารณาการยกระดับ พ.ร.ก.การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ในมิติของการยกระดับให้สามารถตอบโต้สแกมเมอร์ได้มากขึ้น โดยมีหลักการเรื่องการจัดตั้งหน่วยงาน White Hacker ซึ่งจะทำหน้าที่ตอบโต้ ทั้งในเชิงของการระงับ การหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ เพื่อดำเนินการปราบปราม หรือส่งต่อข้อมูลให้กับนานาประเทศในการดำเนินการจัดการต่อไป
“ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี กระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างเต็มที่ และเราตระหนักดีว่าการดำเนินการในขณะนี้อาจเป็นเพียงแค่บางส่วน และยังไม่เพียงพอ ซึ่งขอยืนยันว่าเราจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ให้มากขึ้น เพิ่มขึ้นต่อไป” นายไชยชนกกล่าว

