หน้าแรก เศรษฐกิจ พิพัฒน์ ยืนยั...

พิพัฒน์ ยืนยัน ทางพิเศษด่วนกระทู้-ป่าตอง ไม่สะดุด เตรียมเปิดซองปี 69

7.11.25 | 10:57 น.

พิพัฒน์ ยืนยัน ทางพิเศษด่วนกระทู้-ป่าตอง ไม่สะดุด เตรียมเปิดซองปี 69

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับ ‘โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต’ โดยเฉพาะช่วง อุโมงค์กะทู้–ป่าตอง ตนยืนยันอีกครั้งให้ชัดเจนว่า โครงการยังคงดำเนินการตามแผนเดิมทุกขั้นตอน ไม่มีการชะลอหรือยกเลิกอย่างที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ เนื่องจากโครงการนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภูเก็ต เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุบนเส้นทางหลักเชื่อมระหว่างเมืองภูเก็ตกับหาดป่าตอง ดังนั้นทางกระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าตามไทม์ไลน์ไม่หยุดโครงการและไม่มีการเลื่อนแผนแน่นอน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้โครงการอยู่ในขั้นตอนเตรียมการจัดซื้อจัดจ้าง โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) คาดว่าจะสามารถเปิดขายซองและเปิดซองประมูลได้ภายในปี 2569 ก่อนเริ่มก่อสร้างได้ในปีเดียวกัน ทั้งนี้ โครงการแบ่งออกเป็น 2 ระยะ 1.ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง ระยะทางประมาณ 3.98 กิโลเมตร 2.ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ ระยะทางประมาณ 30.6 กิโลเมตร

โดยทั้งสองระยะได้ผ่านการศึกษาความเหมาะสมและรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงคมนาคมผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างโครงการ และมีแผนเริ่มก่อสร้างภายในปี 2569 ซึ่งเป็นไปตามแผนเดิม คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในมีนาคม 2573 และจะเปิดใช้อย่างเป็นทางการได้ในเมษายน 2573

Advertisement

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างหารือร่วมกับการทางพิเศษฯ ในส่วนแนวทางการจัดเก็บค่าผ่านทางของ ช่วงอุโมงค์กะทู้ป่าตอง ซึ่งขณะนี้ มีนโยบายชัดเจนว่าจะเปิดให้ประชาชน ใช้บริการโดยไม่เก็บค่าผ่านทาง ในระยะที่ 1 ขณะที่ ระยะที่ 2 จะเก็บค่าผ่านทางตามปกติ พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ กทพ. และกระทรวงคมนาคมหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการขอยกเลิกการจัดเก็บค่าผ่านทาง และกำหนดแนวทางจัดสรรงบประมาณทดแทนในกรณีที่มีการยกเลิกการจัดเก็บจริง ว่าสามารถใช้งบจากแหล่งใดมารองรับได้อย่างเหมาะสม ซึ่ง ตามขั้นตอนจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ. พิจารณาการยกเว้นค่าผ่านทางดังกล่าว ภายใน พฤศจิกายน นี้ ก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในธันวาคม 2568 เพื่อทบทวนมติ ครม. เฉพาะเรื่องการเก็บค่าผ่านทาง