หน้าแรก เศรษฐกิจ คนละครึ่งพลัส...

คนละครึ่งพลัส วันที่ 10 ใช้จ่าย 2.1 หมื่นล้านบาท ส่วนเดลิเวอรี่ วันนี้วันแรก ใช้จ่าย 54 ล้าน

7.11.25 | 18:32 น.

คนละครึ่งพลัส วันที่ 10 ใช้จ่าย 2.1 หมื่นล้านบาท เดลิเวอรี่ใช้จ่าย 54 ล้าน

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส (โครงการ) ณ วันที่ 7 พฤศจิกา 2568 เวลา 17.00 น. ว่ามีผู้ใช้จ่ายผ่านโครงการสำเร็จแล้วกว่า 18 ล้านราย โดยแบ่งเป็น รายได้ของร้านค้าปกติอยู่ที่ 21,592.15 ล้านบาท เป็นเงินที่ประชาชนจ่ายจำนวน 10,927.35 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายจำนวน 10,664.8 ล้านบาท ส่วนรายได้ผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery อยู่ที่ 54.38 ล้านบาท เป็นเงินที่ประชาชนจ่ายจำนวน 27.56 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายจำนวน 26.82 ล้านบาท

เมื่อรวมรายได้จากแพลตฟอร์ม Food Delivery กับรายได้ของร้านค้าปกติ จะมียอดใช้จ่ายร้านค้าทุกประเภทรวม 21,646.53 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น เงินที่ประชาชนจ่ายจำนวน 10,954.91 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายจำนวน 10,691.62 ล้านบาท

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ผ่าน G-Wallet ในแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยในแต่ละวันไม่จำเป็น ต้องใช้จ่ายให้เต็มสิทธิ 200 บาท ด้านความคืบหน้าของการลงทะเบียนร้านค้าในโครงการ จากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 น. มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้วจำนวน 877,772 ราย

นายวินิจกล่าวว่า การใช้จ่ายในโครงการจะต้องเป็นการซื้อขายสินค้าและบริการเฉพาะบริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า โดยผู้ซื้อและผู้ขายต้องมีการทำธุรกรรมซื้อขายและสแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการแบบพบหน้า (Face to Face) โดยไม่มีการดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์หรือผ่านคนกลาง เว้นแต่การใช้สิทธิผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่เข้าร่วมโครงการ

Advertisement

สำหรับผู้ประกอบการที่ให้บริการนวดและสปา ที่ประสงค์จะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ขอให้ตรวจสอบชื่อและที่ตั้งของสถานประกอบการในแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ให้ตรงกับใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการตรวจสอบ และอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ ดังมีรายละเอียดวิธีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลร้านค้าถุงเงินบนเว็บไซต์ถุงเงินกรุงไทยปรากฏตาม QR Code