ปธ.ชมรมธุรกิจร้านอาหาร ชี้กม.แอลกอฮอล์ใหม่ เริ่มพ่นพิษ หลายประเทศเตือนระวังดริงก์ไทย ติดเวลาห้าม
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิติมศักดิ์ เปิดเผยว่า การบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน
ซึ่งหนึ่งในปัญหาของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือเมื่อถึงเวลาหยุดห้ามขาย 14.00-17.00 น. หรือ 01.00 น. หากมีลูกค้าหรือฝรั่งนักท่องเที่ยว นั่งดื่มต่อ ทั้งๆ ที่มีเบียร์เหลืออยู่ครึ่งขวด หรือ ครึ่งเหยือก จะโดนปรับ 10,000 บาททั้งร้านและตัวลูกค้านั่งดื่มอยู่ กำลังสร้างความกังวลในการประกอบธุรกิจและการเข้ามาใช้บริการในสถานบริการ
ล่าสุด ประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศแรกได้ออกมาประกาศเตือนประชาชนชาวออสเตรเลีย ผู้ที่จะมาเที่ยวประเทศไทยให้ระวังแล้ว คาดว่าประเทศอื่นๆ จะประกาศเตือนตามมาเช่นกัน ซึ่งจะกลายเป็นผลกระทบตรงต่อภาคท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในช่วงที่กำลังเข้าช่วงไฮซีซั่นพอดี จะกระทบการขยายตัวทางเศรษฐกิจแบบเต็มๆในช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป
“การออกกฏหมายต่างๆ ของรัฐบาล ควรตั้งอยู่ในกรอบเพื่อช่วยเหลือดูแลส่งเสริมให้ประชาชน สามารถทำมาหากินได้โดยราบรื่นและคล่องตัว ไม่ใช่ออกกฏหมายมาแล้ว สร้างปัญหาหรือกระทบเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงปิดกั้นการค้าขายของประชาชนให้ลำบากยิ่งขึ้น”
“ไม่เข้าใจคนที่เซนต์ผ่านกฏหมายฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์อย่างไร อ่านรายละเอียดแค่ไหนก่อนให้มีผลบังคับ และมีกฎหมายลูกออกมารองรับเพื่อให้สอดคล้องสถานการณ์ และไม่ส่งผลกระทบในภาครวมได้ทันเวลาไหม
ตอนนี้มีผลทางจิตวิทยาต่อความไม่เข้าใจของผู้มาใช้บริการและผู้ค้าทั่วไป และกังวลเกิดช่องโหว่ในทางปฎิบัติต่อการบังคับใช้กฎหมาย จนเกิดการได้เปรียบ-เสียเปรียบ ซึ่งเรื่องที่เรากังวลนี้จะสร้างปัญหาตามมาในแง่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวมหาศาล และกระทบธุรกิจร้านอาหารเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวหรือโซนท่องเที่ยวทั้งในกรุงเทพและเมืองท่องเที่ยวหลัก” นายสรเทพเผย
นายสรเทพกล่าวอีกด้วยว่า ขณะนี้กำลังซื้อในภาคบริการยังไม่กระเตื้่องอย่างที่คาดหวัง ซึ่งใกล้เข้าเทศกาลปีใหม่และเข้าไฮซีซั่นของท่องเที่ยวและการค้า บรรยากาศจะคึกคักกว่านี้
อย่างไรก็ดี โดยรวมยังเงียบ แม้การค้าทั่วไปจะดีขึ้นจากโครงการคนละครึ่งพลัส และ มาตรการลดหย่อนภาษีผ่านโครงการเที่ยวดีมีคืน แต่ยอดขายยังต่ำกว่าปีก่อนๆ สะท้อนเศรษฐกิจซึมตัว และการใช้จ่ายไม่ได้ฟื้นตัว ก็หวังรัฐบาลจะออกมาตรการเพิ่มเติมต่อเนื่อง

