ควิกบิ๊กวิน พณ. 4 เดือนอัด 70 กิจกรรมฟื้นศก. ลุ้น ‘อนุทิน’ ถก กนศ. ดูผลเจรจาภาษีทรัมป์- หารือ นบข.ดันราคาข้าว
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการบรรยายพิเศษในงาน Policy Talk จัดโดยหลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า การนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในช่วง 4 เดือนของรัฐบาล ผ่านการผลักดันโครงการกว่า 20 โครงการ ครอบคลุม 7 นโยบายควิก บิ๊ก วิน ของกระทรวงพาณิชย์ จะรวมถึงกว่า 70 กิจกรรม ที่ดำเนินการอยู่ อาทิ โครงการสุขกายสบายกระเป๋า เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาราคายุติธรรม โครงการธงฟ้าและธงเขียว ช่วยลดค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตของเกษตรกร การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและแฟรนไชส์ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดเล็กเติบโตได้รวดเร็ว เป็นต้น
รวมถึงการลงนามสัญญาซื้อขายข้าวกับสิงคโปร์ ที่เป็นครั้งแรกที่ดำเนินการในลักษณะรัฐต่อรัฐ และบรรลุ 2 มิติ คือ 1.เป็นความร่วมมือซื้อข้าวระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลครั้งแรก 2.เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารระหว่างประเทศ มากกว่าการค้าข้าวในเชิงพาณิชย์ทั่วไป ซึ่งสิงคโปร์เป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด และในยุคที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน ทั้งจากปัจจัยภูมิอากาศ ภูมิรัฐศาสตร์ และโรคระบาด หลายประเทศจึงให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางอาหาร
ซึ่งประเทศไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรม มีศักยภาพด้านสินค้าอาหารและวัตถุดิบ จึงสามารถเป็นพันธมิตรสำคัญในการส่งเสริมเสถียรภาพด้านอาหารให้กับประเทศคู่ค้า โดยข้อตกลงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขายข้าว แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ เป็นโมเดลที่เริ่มต้นจากสินค้าข้าว 100,000 ตันในกรอบ 5 ปี และเตรียมต่อยอดสู่สินค้าเกษตรอื่น เช่น เนื้อหมู ไก่ และสินค้าเกษตรสดในอนาคต ขณะนี้หลายประเทศในอาเซียน ตะวันออกกลาง ยุโรปและอเมริกาเหนือ ให้ความสนใจในโมเดล Food Securityของไทย
นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มการปรับโครงสร้างการค้าโลก ที่หลายประเทศปรับแหล่งนำเข้าและส่งออกสินค้าใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานซึ่งประเทศไทยสามารถใช้จังหวะนี้ในการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ให้สินค้าเกษตรไทยมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก
นายศุภจี กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง กระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยใช้ข้อมูลพยากรณ์อุปสงค์และอุปทานล่วงหน้า (Forecast) เพื่อประเมินผลกระทบต่อสินค้าและราคา พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มเติมอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การ นบข. ในสัปดาห์หน้า ถือเป็นนัดแรกของนายกฯอนุทิน วาระสำคัญคือ ตั้งคณะกรรมการแทนชุดเดิมในรัฐบาลก่อนหน้า พิจารณามาตรการและความช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะการประคองราคาข้าวเปลือกปี 2569 ที่กำลังมีผลผลิตออกสู่ตลาด ระบายสต็อกส่วนเกินที่ปัจจุบันมีกว่า 1.8 ล้านตัน และงบประมาณช่วยเหลือจำนำยุ้งฉาง
แหล่งข่าวในกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจารายละเอียดภาษีตอบโต้นำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ หลังไทยกับสหรัฐได้มีการเซ็นข้อตกลงเดินทางเจรจาในรายละเอียดนั้น กรอบการเจรจายังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากที่กำหนดไว้ และผลักดันให้ได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ ก่อนการยุบสภา โดยความคืบหน้าจะมีการรายงานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (กนศ.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ช่วงบ่าย 15.00 น. ของวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับภาคเอกชน เช่น หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.)

