หน้าแรก เศรษฐกิจ สับสน พ.ร.บ.แ...

สับสน พ.ร.บ.แอลกอฮอล์ ผู้ประกอบการ-ธุรกิจสายดริงก์ ทำหนังสือร้อง ‘อนุทิน’ ขอเคลียร์กฎคุมนักดื่ม

9.11.25 | 17:07 น.

สับสน พ.ร.บ.แอลกอฮอล์ ลุกลาม ผู้ประกอบการ-ธุรกิจสายดริงก์ ทำหนังสือร้อง ‘อนุทิน’ ขอเคลียร์กฎคุมนักดื่ม

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยกับ “มติชน” ว่าขณะนี้ผู้ประกอบการภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังสับสนกับพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ ถึงความชัดเจนในการบังคับใช้และขอบเขตการบังคับตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ อย่างตอนนี้วิตกในประเด็นหนึ่งในปัญหาของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือพอถึงเวลาหยุดห้ามขาย 14.00-17.00 น. หรือ 01.00 น. หากมีลูกค้าหรือฝรั่งนักท่องเที่ยวนั่งดื่มต่อ ทั้งๆ ที่มีเบียร์เหลืออยู่ครึ่งขวด หรือครึ่งเหยือก จะโดนปรับ 10,000 บาททั้งร้านและตัวลูกค้าที่นั่งดื่มอยู่ และมีการแจ้งเตือนของสถานทูตต่างประเทศในไทยแล้ว ทำให้สมาคมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย สมาคมโรงแรม ชมรมร้านอาหารกลางคืน ผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร และตัวแทนจากธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เตรียมประชุมหารือ รวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะ ทำเป็นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และกระทรวงที่เกี่ยวข้องภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอเข้าพบ อธิบาย และรับฟังนโยบาย ซึ่งก่อนหน้านายกฯอนุทิน เคยกล่าวถึงการขยายโซนนิ่งและขยายเวลาปิดสถานบริการให้สอดคล้องกับความนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

“ก่อนที่ความสับสนและไม่รู้ถึงขั้นตอนทางกฎหมายฉบับใหม่อยู่ตรงไหนจะกลายเป็นอุปสรรคหลักในต่อการท่องเที่ยว และลดทอนการใช้จ่ายภาคท่องเที่ยว ซึ่งกำลังเข้าช่วงไฮซีซั่น โดยเฉพาะชาวยุโรปกำลังทยอยเดินทางและเข้าพักในไทยมากขึ้น เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมนิยมและเคยชินกับการดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงค่ำคืน ร้านบริการที่จำหน่ายดริงก์ที่ไม่ได้มีใบอนุญาตสถานการ โดยเฉพาะอย่างภัตตาคาร หรือ โรงแรมจะลำบากในการทำการค้า ต่างประเทศก็จับตามอง

ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่มีการเตือนนักท่องเที่ยวของเขาแล้ว ผู้ประกอบการไทยเองยังงงๆ สับสนๆ บังคับใช้กฎหมายใหม่แล้วหรือ และจะถูกปรับ 1 หมื่นแล้วหรือ รับทราบว่าทางยูเค และสหรัฐ ก็ติดตามในเรื่องนี้ เกรงว่าไม่เข้าใจต่างชาติจะไปเที่ยวประเทศอื่นแทน ความกังวลว่าหากไม่ชัดเจนอาจเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายและกระทบต่อความเชื่อมั่นไทยต่อสายตานักท่องเที่ยว กระทบต่อภาคท่องเที่ยวและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ตอนนี้เศรษฐกิจไทยซึมหนัก นักท่องเที่ยวหายไปอีก จะยิ่งหนักขึ้น” นายสง่ากล่าว

นายสง่ากล่าวถึงสถานการณ์การค้าพบว่า สำหรับถนนข้าวสารส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติและยุโรปเป็นหลัก คนจีนและเอเชียยังน้อย คนไทยเกือบไม่มีเลย จากที่พูดคุยกับผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มใจกลางเมือง เช่น โซนราชดำริ ยืนยันว่ากำลังซื้อยังไม่กลับมา และต่างชาติที่มาก็ลดใช้จ่าย จากเคยสั่งเหล้าต่อเนื่อง เหลือดื่มเบียร์แทน หากเจอกฎระเบียบภาครัฐที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์ท่องเที่ยว จะยิ่งกดดันผู้ประกอบการและการใช้จ่ายคนต่างชาติหายไป ซึ่งปกติช่วง 1-2 เดือนก่อนสิ้นปี และ 1 เดือนเข้าปีใหม่เป็นช่วงทำรายได้ให้มากกว่าปกติ 20-30% บางพื้นที่มีกิจกรรมจะสูงถึง 50% แต่ปีนี้จะเข้ากลางเดือนพฤศจิกายนแล้ว บรรยากาศและยอดขายค่อนข้างเงียบมาก

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการและสมาคมต่างๆ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ในประเด็นระยะเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเวลา 14.00-17.00 น. และการห้ามบริโภคในพื้นที่ขายเกินเวลาที่ขายได้ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์สินค้า ซึ่งยังไม่มีแนวทางของกฎหมายลูกออกมาอย่างชัดเจน และอาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ รวมถึงส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนในการลงทุนจัดงานคอนเสิร์ตระดับประเทศที่กำลังพิจารณาจะจัดในอนาคตจากนี้ แล้วตลอดระยะเวลาก่อนมีกฎหมายลูก ในทางปฏิบัติจะเป็นอย่างไร อาจกลายเป็นช่องโหว่เกิดการทุจริตและเรียกทรัพย์กับผู้ประกอบการครั้งใหญ่