หน้าแรก เศรษฐกิจ กรอ.ร่วมประชุ...

กรอ.ร่วมประชุมรัฐภาคีครั้งที่37 เคาะแนวทางจัดการสารทำความเย็นที่จะหมดอายุ

10.11.25 | 11:43 น.

กรอ.ร่วมประชุมรัฐภาคีครั้งที่37 ของพิธีสารมอนทรีออล พิจารณางบกองทุน-แนวทางจัดการสารทำความเย็นที่จะหมดอายุ

นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย น.ส.ปานทอง ศรีคัฒนพรหม ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย และคณะ เข้าร่วมประชุมรัฐภาคีพิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 3 – 7 พฤศจิกายน 2568 ณ United Nation Office at Nairobi กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา

นายพรยศ กล่าวว่า การประชุมรัฐภาคี เป็นการประชุมระหว่างประเทศภาคีสมาชิกจะจัดประชุมเป็นประจำทุกปี เพื่อร่วมกันตัดสินใจในการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่ง กรอ. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานดังกล่าว โดยการประชุมแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ การประชุมเตรียมการ (The preparatory segment) ระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2568 และการประชุมระดับสูง (The high-level segment) ระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งมีประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับอนุสัญญาเวียนนาเพื่อการปกป้องชั้นบรรยากาศโอโซน และการดำเนินการตามพันธกรณีของพิธีสารมอนทรีออลฯ

 

Advertisement

ในการประชุมครั้งนี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องมีการตัดสินใจร่วมกันของประเทศกลุ่มกำลังพัฒนา (article 5) เพื่อพิจารณาจัดสรรเงินงบประมาณของกองทุนพหุภาคีภายใต้ พิธีสารมอนทรีออลฯ ในปี พ.ศ. 2570 – 2572 รวมถึงร่วมหารือการจัดทำการศึกษาและกลยุทธ์เพื่อหาแนวทางในการจัดการสารทำความเย็นที่จะหมดอายุการใช้งาน ในประเทศภาคี article 5 ซึ่งรวมถึงประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับ คุณ Tina Bimpirli ผู้อำนวยการบริหาร (Chief Officer) กองทุนพหุภาคีเพื่อการอนุวัติพิธีสารมอนทรีออล (Multilateral Fund for the Implementation of the Montreal Protocol) โดยกล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารกองทุนพหุภาคีฯ ที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 3 ทศวรรษ ในด้านเทคโนโลยีและการเงินต่อภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมไทยที่ผ่านมา มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมในการใช้เทคโนโลยีสีเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดและเลิกใช้สารควบคุมภายใต้พิธีสารฯ ให้สอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้พิธีสารมอนทรีออล อีกทั้งส่งเสริมให้การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยเป็นไปอย่างยั่งยีน

โดยผู้อำนวยการบริหารกองทุนพหุภาคีฯ ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทยที่ผ่านมา และเชิญชวนให้ประเทศไทยนำเสนอโครงการเพี่มเติมเพื่อลดการใช้สาร HFCs และโครงการกองทุนหมุนเวียนเพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงานในเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (Energy Efficiency Revolving fund ; EERF) และยังเน้นว่า โครงการดังกล่าว จะเป็นต้นแบบในการดำเนินการของกองทุนพหุภาคีฯ สำหรับประเทศภาคีสมาชิกต่อไปในอนาคต