เปิดรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.กลุ่มสมอทอง (SMO) ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบและพลังงานชีวภาพ หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ 3 กลุ่มครอบครัวใหญ่ “พวงมาลา-พิริเยศยางกูร-ลัม” ครองหุ้นรวมกว่า 58% นำโดย “ด.ช.หฤษฎ์ พิริเยศยางกูร” ถือสูงสุด 10.48%
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ธุรกิจผลิตและจําหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง ได้เสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันนี้ โดย โดย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการรวบรวมข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ พบว่า ด.ช.หฤษฎ์ พิริเยศยางกูร ถือหุ้นมากที่สุด จำนวน 96,399,200 หุ้น หรือคิดเป็น 10.48% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ที่ราคา IPO หุ้นละ 5.40 บาท คิดเป็นมูลค่าราว 520 ล้านบาท
อันดับต่อมา ได้แก่
นายไสว พวงมาลา ถือหุ้น 76,551,100 หุ้น (8.32%)
นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ถือหุ้น 76,348,500 หุ้น (8.30%)
MR. LAM TUCK KEONG ถือหุ้น 74,259,000 หุ้น (8.07%)
MR. JOHSON LIM ถือหุ้น 54,312,000 หุ้น (5.90%)
MR. LAM YONE ZHEOK ถือหุ้น 38,755,200 หุ้น (4.21%)
น.ส.ปาจรีย์ อิ่มอุดม ถือหุ้น 30,975,600 หุ้น (3.37%)
นายเสกศักดิ์ พิริเยศยางกูร ถือหุ้น 29,388,900 หุ้น (3.19%)
นายศักดา ทองรอง ถือหุ้น 23,937,200 หุ้น (2.60%)
น.ส.กรรณิการ์ เจริญพัฒนวงศ์ ถือหุ้น 22,525,600 หุ้น (2.45%)

ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวพวงมาลา ถือหุ้น 20.46%, ครอบครัวพิริเยศยางกูล ถือหุ้น 20.16% และกลุ่มครอบครัวลัม ถือหุ้น 17.75%
อย่างไรก็ตาม ในรายชื่อผู้ถือหุ้น ยังมีชื่อของ ด.ญ.นัณฐ์ลภัก พิริเยศยางกูร รวมถึง ด.ญ.พัชส์ฐภัก พิริเยศยางกูรอีก ที่ถือหุ้น 1.30% อีกด้วย
ทั้งนี้ หลังจากเปิดเทรดดิ้งวันแรก หุ้น SMO ก็ตกลงมา 16% ต่ำกว่าราคาเสนอซื้อที่ 5.40 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่เปิดขายหุ้นดังกล่าว ทำให้หลายคนสงสัยว่า ผู้เยาว์สามารถทำนิติกรรมได้ด้วยตัวเองหรือไม่ และ กลต. มีหน้าที่ต้องควบคุมหรือเปล่า ต่างคอมเมนต์วิจารณ์จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายให้ความเห็นว่า กรณีดังกล่าว สามารถทำได้หากผู้ปกครองยินยอม ซึ่งกรณีนี้ บิดาได้ถือหุ้นอยู่ด้วยเช่นกัน และ อาจเป็นการถือนอก SET แล้วเอาหุ้นที่เหลือเข้าเทรด
SMO เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ (Biogas) ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยมุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ การจัดการกระบวนการผลิตอย่างมีมาตรฐาน ไปจนถึงการนำผลพลอยได้จากการผลิตมาแปลงเป็นพลังงานสะอาด
ปัจจุบันบริษัทมีโรงงาน 4 แห่ง ตั้งอยู่ในจังหวัด สุราษฎร์ธานี ชุมพร และสระบุรี มีกำลังการสกัดรวม 240 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง และกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 14.38 เมกะวัตต์ ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) 12.7 เมกะวัตต์ พร้อมขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตอกย้ำสถานะหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบรายสำคัญของไทย


