หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังผลักดัน โ...

คลังผลักดัน โครงการ เติมเงินจูงใจร้านค้า-เพิ่มทักษะค้าขายออนไลน์ เข้าครม.วงเงินร่วม 800 ล้าน

10.11.25 | 20:56 น.

คลังผลักดันโครงการเติมเงินจูงใจร้านค้า – เพิ่มทักษะค้าขายออนไลน์ เข้าครม.วงเงินร่วม 800 ล้าน

วันที่ 10 พฤศจิกายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลังว่า หลังจากมาตรการเสาที่ 1 สำเร็จลุล่วง ทางกระทรวงการคลังจึงได้เสนอมาตรการ ‘เพิ่มยอดขาย ลดรายจ่าย เสริมทักษะ’ เข้าการประชุมครม. ในสัปดาห์หน้า เพื่อเพิ่มทักษะการขายดิจิทัลให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสเกือบ 9 แสนราย ผ่านการอบรมร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ ธนาคารออมสิน และกรมพัฒนาทรัพย์สินทางการค้า

โดยมีโครงสร้างหลักสูตร 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. การเพิ่มยอดขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ 2. การลดต้นทุน เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการยื่นกู้ในระบบ 3. การเสริมทักษะ AI digital เพื่อการค้า พร้อมทั้งสนับสนุนการทดลองใช้ระบบออนไลน์ผ่าน Depa = เกณฑ์การเข้าร่วมมาตรการ ‘เพิ่มยอดขาย ลดรายจ่าย เสริมทักษะ’

นายเอกนิติกล่าวว่า สำหรับร้านค้าที่อยากเข้าร่วมโครงการเพิ่มยอดขาย ลดรายจ่าย เสริมทักษะนั้น หากไม่เคยเข้าร่วมแพลตฟอร์มฟู๊ดเดลิเวอรี่มาก่อน ก็ควรจะมียอดขายในแพลตฟอร์มฟู๊ดเดลิเวอรี่ในช่วงวันที่ 19 พฤศจิกายน – 19 ธันวาคม 2568 มากกว่า 5 ยอดขาย และผ่านการเข้าอบรมผ่าน 3 ช่องทางจึงจะได้เข้าร่วมโครงการ และถ้าหากเป็นร้านค้าที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มฟู๊ดเดลิเวอรี่อยู่แล้ว และอยากเข้าร่วมโครงการด้วย ก็จะต้องเข้าร่วมอบรมกับทางธนาคารออมสิน หรือกรมพัฒนาทรัพย์สินทางการค้า โดยจะเป็นการเรียนคอร์สเสริมทักษะสั้นๆ เพียงแค่ 5 – 10 นาทีเท่านั้น ส่วนในเรื่องการตรวจสอบ จะใช้แอปพลิเคชัน ‘เป๋าตังค์’ มาช่วยในการนับยอดขายและตัดสินว่าร้านค้าใดผ่านเกณฑ์การเข้าโครงการ = แรงกระตุ้นให้เข้าร่วม’เพิ่มยอดขาย ลดรายจ่าย เสริมทักษะ’

Advertisement

นายเอกนิติกล่าวว่า ผู้ที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มยอดขาย ลดรายจ่าย เสริมทักษะ และมียอดขายตามกำหนด ทางรัฐบาลจะช่วยสมทบทุนสนับสนุนให้กับร้านค้าดังกล่าว 20 เปอร์เซ็นต์ สูงสุด 2,000 บาท โดยงบประมาณที่จะนำมาใช้ในโครงการนี้ เป็นงบประมาณเดิมที่คงเหลือจากการทำคนละครึ่งพลัสประมาณ 800 ล้านบาท และจะมีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเพียง 4 แสนร้านแรกเท่านั้นที่จะได้รับการสมทบเงินเต็มจำนวน 2,000 บาท โดยจะเริ่มนับสิทธิ์การเข้าร่วมของร้านค้าหลังจบวันที่ 19 ธันวาคม 2568 จากการนับยอดขายตลอด 1 เดือนผ่านแอปเป๋าตัง ก่อนจะเริ่มแจกจ่ายเงินสมทบในวันที่ 25 ธันวาคม 2568