หน้าแรก เศรษฐกิจ เตือน3แสนคนไม...

เตือน3แสนคนไม่ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสวันนี้ถูกริบ ลุ้นครม.เคาะซื้อหนี้เสียต่ำแสน ช่วย 3.4 ล้านราย

11.11.25 | 06:20 น.

เตือน3แสนคนไม่ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสวันนี้ถูกริบ ลุ้นครม.เคาะซื้อหนี้เสียต่ำแสน ช่วย 3.4 ล้านราย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 น. มีผู้ใช้จ่ายผ่านโครงการสำเร็จแล้วกว่า 19 ล้านราย

ยอดใช้จ่ายรวมกว่า 28,794.5 ล้านบาท แบ่งเป็น ร้านค้าปกติ 28,434.2 ล้านบาท แพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ 360.3 ล้านบาท เป็นเงินที่ประชาชนจ่ายกว่า 14,584.3 ล้านบาท เงินที่รัฐร่วมจ่าย 14,210.2 ล้านบาท มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 892,404 ราย ทั้งนี้ กระทรวงการคลังย้ำเตือนประชาชนกว่า 3 แสนรายที่ได้รับสิทธิในโครงการคนละครึ่งพลัสแต่ยังไม่เริ่มทำการใช้จ่าย จะต้องเริ่มใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ไม่เช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ

ที่กระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ที่มีนายกฯเป็นประธาน เห็นชอบโครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส หรือโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 1.5 โดยจะเติมเงินให้ร้านค้าขนาดเล็กที่ผ่านการ Upskill หรือ Reskill จะได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ 20% ของยอดขายที่เกิดจากโครงการคนละครึ่งพลัส สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อร้าน รวม 4 แสนราย จะเสนอ ครม.วันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ เพื่อช่วยเพิ่มทักษะให้กับร้านค้าในโครงการขายของออนไลน์ เพิ่มทักษะด้าน AI และช่วยเพิ่มยอดขายให้เพิ่มขึ้นได้

นายเอกนิติกล่าวว่า สำหรับโครงการ Upskill หรือ Reskill ร้านค้าที่เข้าร่วมจะเป็นการต่อยอดโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสแรก กำหนดเป็นร้านค้าขนาดเล็ก ในโครงการคนละครึ่งพลัส 4 แสนราย ได้รับการ Upskill หรือ Reskill ยกระดับศักยภาพของร้านค้า ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน ถึง 19 ธันวาคม โดยกรมบัญชีกลาง จะโอนเงินสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ให้แก่ร้านค้าผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ที่ผูกกับแอพพลิเคชั่น“ถุงเงิน” ในวันที่ 25 ธันวาคม ใช้งบไม่เกิน 800 ล้านบาท

Advertisement

นายเอกนิติกล่าวว่า ส่วนคุณสมบัติของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส ในวันก่อนเริ่มดำเนินการUpskill หรือ Reskill ส่วนร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัส ประเภทร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เลือก Upskill หรือ Reskill กับฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มรายใด จะต้องไม่เป็นร้านค้าที่อยู่ในฐานข้อมูลของแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่นั้น ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ จะพิจารณาโครงการแก้ปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC)

หลังคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจอนุมัติวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จะเป็นการรับซื้อหนี้เสียไม่มีหลักประกันจากสถาบันการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์ กลุ่มธุรกิจการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) มียอดหนี้รวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย รวม 3.4 ล้านราย หรือ 4.76 ล้านบัญชี มูลหนี้ราว 122,000 ล้านบาท คาดจะมีลูกหนี้เข้าข่ายช่วยเหลือ 2.36 ล้านบัญชี มูลหนี้ 62,400 ล้านบาท แนวทางช่วยเหลือ แบ่งเป็น กลุ่มที่ 1 แก้ปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้โดย AMC เป็นลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจทางการเงินของและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) จะได้รับการช่วยเหลือผ่านกลไกการขายและโอนหนี้ให้กับ AMC ได้รับมอบหมาย ได้แก่ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด (Ari-AMC) กำหนดให้ AMC นำหนี้มาปรับโครงสร้างหนี้ผ่านการเสนอเงื่อนไขผ่อนชำระผ่อนปรนมากขึ้น เช่น ลดดอกเบี้ย ไม่คิดดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม จ่ายชำระบางส่วนเพื่อปิดบัญชี เป็นต้น ส่วนกลุ่ม 2 สถาบันการเงินเฉพาะกิจดำเนินการเอง จะมีมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เฉพาะของแต่ละธนาคาร เพื่อบริหารจัดการหนี้ให้เหมาะสมกับศักยภาพลูกหนี้ เพราะเป็นกลุ่มเปราะบาง หรือได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐผ่านกลไกอื่นแล้ว มีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น ชำระบางส่วนเพื่อปิดบัญชี ลดเงินต้นยกเว้นดอกเบี้ยทั้งหมด ปิดบัญชีและตัดเป็นหนี้สูญสำหรับลูกหนี้ขาดศักยภาพ เป็นต้น