ครม.รับทราบรายงานภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ไตรมาส 2 ปี 2568 MPI กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส หนุนอุตสาหกรรมยานยนต์–เหล็ก–อิเล็กทรอนิกส์ เติบโตต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบรายงานภาพรวมเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไตรมาส 2 ประจำปีพุทธศักราช 2568 ที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม เสนอ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์ภาคการผลิตและแนวโน้มการส่งออกของประเทศ
กระทรวงอุตสาหกรรมรายงานว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 96.75 ขยายตัวร้อยละ 1.47 เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นการ กลับมาขยายตัวครั้งแรกหลังหดตัวต่อเนื่อง 3 ไตรมาส แรงขับเคลื่อนหลักมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า และรถกระบะเพื่อการส่งออก รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์สำเร็จรูป และน้ำมันปาล์ม ขณะที่บางสาขาชะลอตัว เช่น ผลิตภัณฑ์จากการกลั่นปิโตรเลียม เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และเครื่องปรับอากาศ
สำหรับเดือนกรกฎาคม 2568 ดัชนี MPI อยู่ที่ 93.34 หดตัวร้อยละ 4.0 จากการหยุดผลิตของผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่เพื่อย้ายฐานการผลิตไปจังหวัดปราจีนบุรี และการซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน แต่ยังมีอุตสาหกรรมที่เติบโต ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เหล็กขั้นมูลฐาน และหม้อแปลงไฟฟ้า
เดือนสิงหาคม 2568 MPI อยู่ที่ 92.13 หดตัวร้อยละ 4.2 จากการผลิตยานยนต์ที่ลดลง และผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างไรก็ตาม เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน เติบโต 22.7% และ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง เติบโต 19.1% และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 สะท้อนการขยายตัวของตลาดดิจิทัลและศูนย์ข้อมูล (Data Center)
ภาพรวมแนวโน้มไตรมาสที่ 3 ปี 2568 เห็นสัญญาณเด่นชัดโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ที่ได้อานิสงส์จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ส่วนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อาจได้รับผลจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง และอุตสาหกรรมยางและอุตสาหกรรมอาหารมีแนวโน้มทรงตัวหรือขยายตัวเล็กน้อย ตามฤดูกาล รองนายกรัฐมนตรีมองว่าการรายงานภาวะอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้รัฐมีมาตรการสนับสนุนภาคการผลิตและการส่งออกได้อย่างทันเวลาและตรงจุด

