หน้าแรก เศรษฐกิจ ศุภจี ยัน สหร...

ศุภจี ยัน สหรัฐ แยกการเมืองจากการค้า ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ไม่กระทบสัมพันธ์ทางศก.

13.11.25 | 12:57 น.

ศุภจี เคลียร์ ยันเดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ชี้ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ไม่กระทบสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีข้อกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ว่า การหารือทางการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นทางการเมืองระหว่างประเทศ

นางศุภจี ระบุว่า ประเด็นแรกที่ต้องทำความเข้าใจ คือ กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงร่วม (Joint Declaration) ก่อน และเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีความสูญเสียต่อฝ่ายไทย ซึ่งรัฐบาลไทยไม่สามารถยอมรับได้ และเชื่อว่ารัฐบาลของทุกประเทศย่อมไม่สามารถยอมรับการกระทำในลักษณะนี้ได้เช่นเดียวกัน

“ฝ่ายสหรัฐ จึงควรเข้าใจข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ และไม่ควรนำสถานการณ์ดังกล่าวมาเป็นเหตุผลในการชะลอหรือหยุดการเจรจาการค้ากับไทย ซึ่งจากการพบปะหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐ ในการประชุมเอเปคที่ผ่านมา ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน ว่า สหรัฐ แยกประเด็นทางการเมืองออกจากการค้า และยังคงมีเจตนารมณ์ที่จะผลักดันให้การเจรจาสำเร็จภายในปลายปี 2568 นี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สอดคล้องกับท่าทีของไทย และความต้องการของภาคเอกชนทั้งสองประเทศที่ต้องการเห็นความชัดเจนในการค้าและการลงทุน” นางศุภจี กล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ เมื่อสองวันก่อน (11 พฤศจิกายน ) นายกรัฐมนตรี มอบหมาย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้อนรับ Mr. Ted Osius ตำแหน่ง Senior Vice President and Regional Managing Director และคณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (US-ASEAN Business Council: USABC) ในโอกาสเยือนประเทศไทย ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ ภายใต้ USABC โดยทุกฝ่ายมีมุมมองตรงกันว่า ไทยเป็นประเทศสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง นักธุรกิจสหรัฐฯ ชื่นชมบทบาทเชิงรุกของไทยในการขยายตลาดการค้า ผ่านการเจรจาเปิดตลาดและข้อตกลงการค้าเสรี (FTA)

นางศุภจี กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือถึงประเด็นนโยบายภาษีของสหรัฐฯ (US Tariff) ซึ่งภาคเอกชนสหรัฐฯ มองว่าเป็นประเด็นที่มีทั้งโอกาสและความท้าทาย ต่อบริษัทอเมริกันเอง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีฐานการผลิตหรือห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย ไทยยังคงเป็นฐานการผลิตสำคัญและเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ ซึ่งสหรัฐฯเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าหลักของไทย และรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลและความสัมพันธ์อันดีกับประเทศคู่ค้าที่เป็นมิตร พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

“กระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายเร่งขยายตลาดใหม่เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง โดยใช้กลยุทธ์เชิงรุก ทั้งการเจรจาเปิดตลาด การจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และการส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยใช้ประโยชน์จากผลการเจรจาและกิจกรรมส่งเสริมการค้า ทั้งรัฐบาลไทยและกระทรวงพาณิชย์จะยังคงเดินหน้าการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อรักษาและปกป้องผลประโยชน์ของภาคการส่งออกของไทย ควบคู่กับการแสวงหาตลาดใหม่ และส่งเสริมสินค้าไทยในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ” นางศุภจี กล่าว