หน้าแรก เศรษฐกิจ 3 สมาคมบุกพณ....

3 สมาคมบุกพณ. ถกศุภจี วอนเร่งแก้ราคาพืชตกต่ำ จี้ทบทวนนำเข้าข้าวโพด-ดันราคาข้าวเปลือก

13.11.25 | 17:44 น.

3 สมาคมบุกพาณิชย์ ถก ‘ศุภจี’ วอนรัฐเร่งแก้ราคาพืชตกต่ำ จี้ทบทวนนำเข้าข้าวโพด-ดันราคาข้าวเปลือก

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน ที่กระทรวงพาณิชย์ ตัวแทน 3 สมาคม ประกอบด้วย นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย สมาคมการค้าพืชไร่ เข้าพบนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อพูดคุยสถานการณ์ ปัญหาต่างๆ และข้อเสนอให้รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ เร่งแก้ไข

นายเทอดศักดิ์ ลาภจิตรกุศร นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวก่อนเข้าพบว่า ต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคาตามที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศราคารับซื้อไว้ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 9.80 บาท เนื่องจากที่ประกาศนั้นมีผู้ประกอบการอาหารสัตว์รับซื้อน้อยมาก ส่วนใหญ่รับซื้อ กก.ละ 9.10-9.30 บาท อาจเพราะมีตัวเลือกจากการปล่อยให้นำเข้าวัตถุดิบทดแทน จึงทำให้การซื้อขายในประเทศน้อยลงมาก

นายพรเทพ ปู่ประเสริฐ อุปนายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาการนำเข้าวัตถุดิบทดแทนจากต่างประเทศมีปริมาณค่อนข้างมาก อย่างข้าวสาลี ซึ่งเป็นวัตถุดิบผสมชนิดหนึ่ง หากตามสัดส่วน 3/1 ที่ให้ซื้อในประเทศก่อน ควรมีปริมาณแค่ 1.6 ล้านตัน แต่พบว่าช่วงปี 2566-67 ตัวเลขนำเข้าถึง 2.1-2.5 ล้านตันต่อปี เป็นการกดดันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ ยิ่ง ครม.มีมติอนุมัติกรอบเพิ่มโควต้านำเข้าข้าวโพด 1 ล้านตัน ยิ่งเป็นแรงกดดันสภาวะตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศอย่างมาก ราคาจะยิ่งตกหนัก

“ปัจจุบันราคาในประเทศมีความตึงเครียด สภาพคล่องทางการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศแย่มาก กำลังส่งผลเป็นวงกว้าง ตั้งแต่ผู้ประกอบการท้องถิ่น เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไปจนถึงชาวนา ซึ่งมีปลายข้าวเป็นส่วนผสม ” นายพรเทพกล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ ในหนังสือที่สมาคมการค้าพืชไร่ยื่นต่อที่ประชุมหารือกับนางศุภจี ขอให้ยกเลิกมติ นบขพ.ที่ให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 ล้านตัน รวมถึงเสนอแนวทาง ดังนี้ 1.ยกระดับการกำกับดูแลให้โรงงานอาหารสัตว์ไทยใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และมีเงื่อนไขการรับซื้อให้เกิดสภาพคล่องทางการค้า เพื่อแก้ปัญหาวัตถุดิบภายในประเทศก่อน และมีมาตรการช่วยเหลืออุดหนุนชาวไร่ชาวนาไทยเพื่อแก้ปัญหารายได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

2.ประสานยกเลิกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดพืชจากแหล่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้น และเงื่อนไข ตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ.2507 (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2553 ข้อ 5 ข้อยกเว้นและเงื่อนไข ข้อ 5.2 ข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ หรืออาหารสำหรับมนุษย์หรือใช้เพื่อการอุตสาหกรรม

3.กำหนดกฎระเบียบการกำกับดูแลให้ธุรกิจอาหารสัตว์ไทยต้องใช้วัตถุดิบภายในประเทศมาใช้ผลิตอาหารสัตว์

4.ให้ระบุที่บรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์ หรือร้านค้าเนื้อสัตว์ว่าเนื้อสัตว์ที่นำมาขายถูกเลี้ยงด้วยอาหารสัตว์ที่ประกอบด้วยวัตถุดิบจากแหล่งใดบ้าง

5.สนับสนุนให้อาหารสัตว์ไทยหันมาใช้ข้าวเปลือกไทยแทนการใช้ข้าวสาลีจากต่างประเทศ

6.ขอให้รัฐบาลทำการลงทะเบียนเกษตรกร และให้มีการจัดทำข้อมูลพื้นที่การเกษตร และปริมาณผลผลิต ให้ครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพ

7.ชะลอการนำข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์หมวดพลังงานจากต่างประเทศและบริหารก ากับดูแลภายในประเทศเพื่อลดปริมาณอุปทานที่ล้นตลาดภายในประเทศ

8.คงมาตรการกำหนดให้โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดแห้ง 14.5% ที่ราคา 9.80 บาท/กก. และความชื้น 30% ที่ 7.05 บาท/กก. หน้าโรงงานอาหารสัตว์ที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อถ่วงดุลปัญหาการกดราคารับซื้อที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก

“อยากให้ทางส่วนราชการกับภาคเอกชนที่อยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรม ที่จะสามารถพอจะซัพพอร์ตผลผลิตเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรภายในประเทศไทย” นายพรเทพกล่าว

ด้านนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวถึงปัญหาชาวนาว่า สถานการณ์ราคาข้าว โดยเฉพาะข้าวเจ้า กำลังน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะข้าวขาว 5% ราคาตกต่ำอย่างหนักในรอบ 20 ปี จากข้าวเปลือกเจ้าเคยมีราคาถึง 1 หมื่นบาทต่อตัน วันนี้ขายได้แค่ 4,000-5,000 บาทต่อตัน ขณะนี้ต้นทุนเพาะปลูกทรงตัวสูง 5,500-6,000 บาท ส่วนข้าวหอมมะลิไม่น่าจะมีอะไรน่ากังวล ผลิผลิตและราคายังดี โดยสมาคมคงย้ำข้อเสนอ 3 เรื่อง คือดันราคาข้าวแบบยั่งยืน ดูแลต้นทุนการผลิต/เพาะปลูก เช่น ราคาปุ๋ยราคาถูก และบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอหรือมากจนท่วมขังนาน ซึ่งน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ภาคกลางมีผลกระทบต่อชาวนาบางส่วน ทั้่งนี้ ปีนี้ชาวนาคงใช้หนี้ธกส.ได้น้อย หรือ อาจไม่ได้เลาย ก็มี

นายบรรจง ตั้งจิตรวัฒนากุล นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า สมาคมฯจะชี้แจงทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อราคาข้าวในประเทศ ตั้งแต่การส่งออกหดตัว สต๊อกข้าวในประเทศเพิ่มต่อเนื่อง จนกระทบต่อราคาต่ำสุดในรอบ 20 ปี ปีนี้ราคาลดลงถึง 50% จากปีก่อน ข้าวเปลือกเคยขายได้ 1-1.2 หมื่นบาทต่อตัน ตอนนี้ราคาข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% เหลือ 6,200 บาทต่อตัน และข้าวสด ความชื้น 25 % ต่ำ 5,000 บาทต่อตัน ส่งผลให้ราคาสินค้าต่อเนื่อง เช่น รำข้าวราคาลง 40% ปลายข้าวราคาลดลง 35-40% ส่งผลกระทบต่อรายได้ของโรงสีข้าวประมาณ 90% ทำให้โรงสีประสบภาวะขาดทุน เพราะก่อนหน้านี้ซื้อข้าวเข้ามาเก็บในสต๊อกในราคาที่สูงช่วงรัฐบาลมีนโยบายชดเชยดอกเบี้ยให้ซื้อข้าวเก็บไว้ในสต๊อก ทำให้สต๊อกเหลือเหลือในระบบแล้ว 5-6 ล้านตันข้าวเปลือก ราคาลดลงมากจากซัพพลายมากกว่าดีมานด์ สมาคมก็เห็นด้วยที่รัฐบาลควรทบทวนนโยบายนำเข้าธัญพืชจากต่างประเทศ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ เป็นต้น จะกดดันราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สามารถซื้อได้ก่อนในประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถิติการนําเข้าข้าวสาลีอาหารสัตว์หลังมีมาตรการ 3 ต่อ 1 (ต้องซื้อข้าวโพดไทย 3 ส่วนก่อนนำเข้า 1 (ตั้งปี 2560-2567) พบว่า ปี 2560 นําเข้า 1.66 ล้านตัน ปี 2561 นําเข้า 1.83 ล้านตัน ปี 2562 นําเข้า 1.70 ล้านตัน ปี 2563 นําเข้า 1.85 ล้านตัน ปี 2564 นําเข้า 1.26 ล้านตัน ปี 2565 นําเข้า 0.31 ล้านตัน ปี 2566 นําเข้า 2.14 ล้านตัน ปี 2567 นําเข้า 2.51 ล้านตัน